ความคิดเห็น ความพร้อมและแนวโน้มที่เป็นไปได้ในการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรให้เป็นทางเลือกแก้ปัญหาภาวะตกงานเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 กรณีศึกษา อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง “ความคิดเห็น ความพร้อมและแนวโน้มที่เป็นไปได้ในการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรให้เป็นทางเลือกแก้ปัญหาภาวะตกงานเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 กรณีศึกษา อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท” นี้ มุ่งศึกษาความเป็นไปได้ในการส่งเสริมอาชีพการเกษตรเพื่อแก้ปัญหาการว่างงานในพื้นที่ โดยใช้ข้อมูลจากการสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่าง 374 ครัวเรือน การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ตกงาน 60 ราย และการสัมภาษณ์ผู้นำชุมชน 36 คนในอำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่มีความเข้มแข็งทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาพื้นบ้าน
งานวิจัยนี้พบว่าประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีที่ดินทำกินเฉลี่ย 15.6 ไร่ และปลูกพืชเชิงเดี่ยวเป็นหลักคือการทำนาข้าว อย่างไรก็ตาม ปัญหาการขาดแคลนน้ำเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการทำการเกษตร และส่งผลให้มีการย้ายถิ่นฐานของแรงงานบางส่วน โดยเฉพาะในตำบลวังตะเคียนที่มีอัตราการว่างงานสูง ผลการวิจัยยังพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ยอมรับการกลับมาประกอบอาชีพการเกษตรของคนรุ่นใหม่ แต่รายได้ของครัวเรือนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของคนรุ่นใหม่ที่จะกลับมาประกอบอาชีพการเกษตรในบ้านเกิด ผู้ตกงานส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง อายุเฉลี่ย 46.4 ปี มีการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เคยทำงานโรงงาน มีความรู้ด้านการเกษตรในระดับปานกลาง และมีทัศนคติต่ออาชีพการเกษตรในระดับปานกลาง
นอกจากนี้ งานวิจัยยังชี้ให้เห็นถึงความต้องการของชาวอำเภอหนองมะโมงที่จะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น การพัฒนาแหล่งน้ำ การจัดทำโครงการเกษตรกรรมสำหรับผู้ไม่มีที่ดิน การรวมกลุ่มผลิตสินค้า และการช่วยเหลือให้ราคาข้าวดีขึ้น การมีอยู่ของกลุ่มเกษตรกร 49 กลุ่ม และแผน/โครงการพัฒนาการเกษตร 23 แผน/โครงการ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการพัฒนาภาคเกษตรกรรมของชุมชน อย่างไรก็ตาม ผู้นำชุมชนยังมองเห็นปัญหาเรื่องราคาผลผลิตที่ไม่แน่นอน ต้นทุนการผลิตที่สูง และการถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไข
โดยสรุป งานวิจัยชิ้นนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความคิดเห็น ความพร้อม และความเป็นไปได้ในการส่งเสริมอาชีพการเกษตรในพื้นที่ โดยเน้นถึงปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการพัฒนาภาคเกษตรกรรม เช่น ทรัพยากรที่ดิน และปัจจัยที่เป็นอุปสรรค เช่น การขาดแคลนน้ำ ราคาผลผลิต และต้นทุนการผลิต งานวิจัยนี้มีประโยชน์ต่อการวางแผนพัฒนาภาคเกษตรกรรม การจัดทำนโยบายที่เหมาะสม และการสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่หันมาประกอบอาชีพการเกษตร เพื่อแก้ปัญหาการว่างงานและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน การศึกษาแบบผสมผสานทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ ช่วยให้ได้ภาพรวมที่ครอบคลุมและมีความน่าเชื่อถือ แต่อาจจำกัดขอบเขตอยู่แค่เพียงอำเภอหนองมะโมง อาจไม่สามารถนำไปใช้เป็นแบบอย่างกับพื้นที่อื่นได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมหรือสภาพเศรษฐกิจแตกต่างกัน การศึกษาในพื้นที่อื่นๆ ที่มีความหลากหลายมากขึ้น จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับงานวิจัยนี้มากขึ้น
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับ อุตสาหกรรมเกษตรกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมเกษตรกรรมที่เน้นการผลิตข้าว การแปรรูปข้าว และการจัดการห่วงโซ่อุปทานของข้าว เหตุผลเพราะงานวิจัยนี้ได้ศึกษาปัญหาและความท้าทายของการทำการเกษตรในพื้นที่ โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนน้ำ ราคาผลผลิตที่ไม่แน่นอน และต้นทุนการผลิตที่สูง ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์อย่างมากต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร การวางแผนการผลิต การจัดการทรัพยากรน้ำ และการสร้างตลาดให้กับสินค้าเกษตร นอกจากนี้ งานวิจัยยังช่วยให้เห็นถึงความสำคัญของการรวมกลุ่มเกษตรกร การสร้างเครือข่าย และการร่วมมือกับภาครัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรกรรมให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน
งานวิจัยนี้ยังเกี่ยวข้องกับ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เนื่องจากอำเภอหนองมะโมงมีความเข้มแข็งทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาพื้นบ้าน การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรสามารถสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกร และส่งเสริมการอนุรักษ์วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มชาติพันธุ์ลาวครั่ง
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพ นักวิจัยทางการเกษตร, นักวางแผนการพัฒนาชุมชน, เจ้าหน้าที่ของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร, ที่ปรึกษาการเกษตร, และ ผู้ประกอบการทางด้านเกษตร เหตุผลเพราะงานวิจัยนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปัญหา ความท้าทาย และโอกาสในการพัฒนาภาคเกษตรกรรมในพื้นที่ ซึ่งมีประโยชน์ต่อการวางแผนงานวิจัย การพัฒนาโครงการ การจัดทำนโยบาย และการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร นอกจากนี้ งานวิจัยนี้ยังช่วยให้เข้าใจความคิดเห็น ความต้องการ และความคาดหวังของเกษตรกร ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการออกแบบโครงการที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
นอกจากนี้ งานวิจัยยังเหมาะสำหรับ นักเศรษฐศาสตร์, นักสังคมวิทยา, และ นักมานุษยวิทยา ที่สนใจศึกษาเรื่องการพัฒนาชุมชน การย้ายถิ่นฐาน และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม
| รหัสโครงการ : | 102858 |
| หัวหน้าโครงการ : | ดร. จุฑามณี แสงสว่าง |
| ปีงบประมาณ : | 2564 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | วัตถุประสงค์ 1. สำรวจความคิดเห็นต่อการประกอบอาชีพทางด้านเกษตรกรรมของกลุ่มผู้สูงอายุ วัยแรงงานที่อยู่อาศัยในพื้นที่และไปทำงานต่างถิ่น และกลุ่มเยาวชน 2. ศึกษาความพร้อมของทรัพยากรที่เอื้อต่อการทำการเกษตรของพื้นที่ศึกษา 3. วิเคราะห์หาแนวโน้มที่จะส่งเสริมให้ประชาชนหันมาทำอาชีพด้านการเกษตรให้เป็นทางเลือกแก้ปัญหาภาวะตกงานเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 |
ดร. จุฑามณี แสงสว่าง. (2564). ความคิดเห็น ความพร้อมและแนวโน้มที่เป็นไปได้ในการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรให้เป็นทางเลือกแก้ปัญหาภาวะตกงานเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 กรณีศึกษา อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ชัยนาท.
ดร. จุฑามณี แสงสว่าง. 2564. "ความคิดเห็น ความพร้อมและแนวโน้มที่เป็นไปได้ในการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรให้เป็นทางเลือกแก้ปัญหาภาวะตกงานเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 กรณีศึกษา อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท". มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ชัยนาท.
ดร. จุฑามณี แสงสว่าง. "ความคิดเห็น ความพร้อมและแนวโน้มที่เป็นไปได้ในการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรให้เป็นทางเลือกแก้ปัญหาภาวะตกงานเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 กรณีศึกษา อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท". มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2564. ชัยนาท.
ดร. จุฑามณี แสงสว่าง. ความคิดเห็น ความพร้อมและแนวโน้มที่เป็นไปได้ในการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรให้เป็นทางเลือกแก้ปัญหาภาวะตกงานเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 กรณีศึกษา อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; 2564. ชัยนาท.