การวิจัยและพัฒนาระบบการติดตามจับกุมคนร้ายโดยใชเเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง “การวิจัยและพัฒนาระบบการติดตามจับกุมคนร้ายโดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์” นี้มุ่งเน้นการพัฒนาระบบสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นแกนหลักในการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม งานวิจัยแบ่งการพัฒนาระบบออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ ระบบจัดเก็บข้อมูลบุคคลและยานพาหนะต้องสงสัยผ่านสมาร์ทโฟน ระบบแจ้งเตือนตำหนิรูปพรรณรถและหมายเลขทะเบียนรถ และระบบแจ้งเตือนตำหนิรูปพรรณคนร้ายและหมายจับ โดยใช้เทคนิค Convolutional neural networks (CNN) ในการรู้จำภาพซึ่งมีความแม่นยำสูงถึง 90% ขึ้นไป
จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้กับงานด้านความมั่นคงอย่างเป็นรูปธรรม การใช้สมาร์ทโฟนเป็นสื่อกลางในการเก็บข้อมูลและแจ้งเตือนช่วยเพิ่มความคล่องตัวและความรวดเร็วในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ระบบติดตามเป้าหมายแบบเรียลไทม์ (Real-Time) ช่วยให้สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้ทันท่วงที การเชื่อมต่อกับระบบกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ (CCTV) ช่วยให้การสืบสวนสอบสวนมีประสิทธิภาพมากขึ้น การออกแบบระบบให้ใช้งานผ่าน Browser ทำให้เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและสะดวก นอกจากนี้ การทดสอบระบบใน 10 จุดและการใช้งานร่วมกันได้ของอุปกรณ์ต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการนำไปใช้จริง
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัดบางประการที่ควรพิจารณา ประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญ จำเป็นต้องมีกลไกการควบคุมและการป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเข้มงวด ระบบ AI อาจมีข้อผิดพลาดในการตรวจจับ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมหรือมีข้อมูลไม่เพียงพอ ความแม่นยำ 90% ถือว่าสูง แต่ก็ยังมีโอกาสเกิดความคลาดเคลื่อนได้ ดังนั้น การตรวจสอบและยืนยันข้อมูลโดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญยังคงมีความจำเป็น นอกจากนี้ การขยายระบบไปสู่พื้นที่ขนาดใหญ่หรือจำนวนผู้ใช้งานที่มากขึ้น อาจต้องพิจารณาเรื่องการจัดการทรัพยากรและความสามารถในการรองรับปริมาณข้อมูลมหาศาล
การพัฒนาต่อยอดงานวิจัยนี้ ควรเน้นไปที่การเพิ่มความแม่นยำของระบบ AI การพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ เช่น การวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ต้องสงสัย การบูรณาการกับระบบฐานข้อมูลอื่นๆ และการพัฒนาการแจ้งเตือนที่ฉลาดขึ้น การศึกษาผลกระทบด้านสังคมและจริยธรรมของการใช้เทคโนโลยี AI ในการบังคับใช้กฎหมายอย่างละเอียดก็เป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้มีความรู้ความเข้าใจในการใช้งานระบบอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
การประเมินความสำเร็จของงานวิจัยนี้ ไม่ควรพิจารณาเพียงแค่ความแม่นยำของระบบเท่านั้น แต่ควรคำนึงถึงประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับสังคม การลดอัตราการเกิดอาชญากรรม การเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชน และการสร้างความเชื่อมั่นในระบบงานบังคับใช้กฎหมาย การวิจัยเชิงลึกในประเด็นเหล่านี้จะช่วยให้เข้าใจผลกระทบของงานวิจัยอย่างรอบด้านมากขึ้น
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมด้านความมั่นคงและความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย เช่น ตำรวจ ทหาร หรือหน่วยงานรักษาความปลอดภัย เหตุผลก็คือ ระบบที่พัฒนาขึ้นสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการติดตามจับกุมคนร้าย การตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะต้องสงสัย การสืบสวนสอบสวน และการป้องกันอาชญากรรม นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ต้องการระบบรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูง เช่น อุตสาหกรรมการเงิน อุตสาหกรรมการขนส่ง หรืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายและการรักษาความปลอดภัย อาทิ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่สอบสวน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และนักวิเคราะห์ข้อมูล ระบบที่พัฒนาขึ้นจะช่วยให้บุคคลเหล่านี้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการติดตามจับกุมผู้กระทำผิด นอกจากนี้ ยังเหมาะกับนักวิจัยด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และวิทยาการข้อมูล ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่สนใจพัฒนาและปรับปรุงระบบให้ดียิ่งขึ้น
| รหัสโครงการ : | 156914 |
| หัวหน้าโครงการ : | ดร. ปฏิยุทธ พรามแก้ว |
| ปีงบประมาณ : | 2563 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ การจัดเก็บข้อมูลและตรวจสอบข้อมูลอาชญากรรมผ่านโทรศัพท์มือถือ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนในการป้องกันอาชญากรรมโดยใช้เทคโนโลยีกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ (CCTV) มามีส่วนช่วยในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเป็นระบบเพื่อเฝ้าระวังการกระทำความผิดและบันทึกหลักฐานทางคดี เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีในการช่วยงานตำรวจเรื่องการแจ้งเตือน และตรวจจับบุคคลหรือรถต้องสงสัยผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยระบบแม่ข่ายกลางโดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ |
ดร. ปฏิยุทธ พรามแก้ว. (2563). การวิจัยและพัฒนาระบบการติดตามจับกุมคนร้ายโดยใชเเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี.
ดร. ปฏิยุทธ พรามแก้ว. 2563. "การวิจัยและพัฒนาระบบการติดตามจับกุมคนร้ายโดยใชเเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี.
ดร. ปฏิยุทธ พรามแก้ว. "การวิจัยและพัฒนาระบบการติดตามจับกุมคนร้ายโดยใชเเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, 2563. กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี.
ดร. ปฏิยุทธ พรามแก้ว. การวิจัยและพัฒนาระบบการติดตามจับกุมคนร้ายโดยใชเเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี; 2563. กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี.