ความเสี่ยงของการเกิดโรคไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ที่มีสัตว์เลี้ยงเป็นตัวรังโรค
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้ศึกษาความเสี่ยงของการแพร่เชื้อ COVID-19 จากสัตว์เลี้ยงสู่คน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและใช้ชุดตรวจ In-house ELISA เพื่อตรวจหาแอนติบอดีต่อ SARS-CoV-2 ในสุนัขและแมว ตัวอย่างถูกเก็บจากสัตว์เลี้ยง 1,283 ตัวอย่างใน 6 จังหวัดของประเทศไทย ระหว่างเดือนเมษายน 2021 ถึงเมษายน 2022 งานวิจัยนี้มีความสำคัญเนื่องจากช่วยเติมเต็มความรู้เกี่ยวกับบทบาทของสัตว์เลี้ยงในการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในประเทศไทย ซึ่งเป็นข้อมูลที่จำเป็นต่อการวางแผนควบคุมและป้องกันโรคอย่างมีประสิทธิภาพ
ผลการศึกษาพบว่ามีสัดส่วนของสุนัขและแมวที่มีแอนติบอดีต่อ SARS-CoV-2 ค่อนข้างต่ำ โดย In-house ELISA พบผลบวก 4.13% (53/1283) โดยแมวมีอัตราการพบผลบวกสูงกว่าสุนัขอย่างมีนัยสำคัญ (6.02% เทียบกับ 1.20%) การตรวจยืนยันด้วยวิธี virus neutralization test (VNT) ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐาน พบผลบวกที่ 3.41% (43/1262) เช่นกันแมวมีอัตราการพบผลบวกสูงกว่าสุนัข (5.09% เทียบกับ 0.81%) ความแตกต่างของอัตราการพบผลบวกระหว่าง ELISA และ VNT อาจเกิดจากความไวและความจำเพาะที่แตกต่างกันของทั้งสองวิธี โดย ELISA มีความรวดเร็วและราคาถูก เหมาะสำหรับการคัดกรองเบื้องต้น ในขณะที่ VNT มีความแม่นยำสูงกว่า แต่ใช้เวลาและค่าใช้จ่ายมากกว่า
แม้ว่าจะพบแอนติบอดี SARS-CoV-2 ในสัตว์เลี้ยงบางส่วน แต่เปอร์เซ็นต์ที่พบนั้นค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะในสุนัข ซึ่งบ่งชี้ว่าความเสี่ยงของการแพร่เชื้อจากสุนัขสู่คนในประเทศไทยอาจมีค่อนข้างน้อย อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้มีข้อจำกัดบางประการ เช่น ขนาดตัวอย่างอาจไม่เพียงพอที่จะสรุปได้อย่างสมบูรณ์ และการเก็บตัวอย่างอาจไม่ครอบคลุมทุกกลุ่มประชากรสัตว์เลี้ยงในประเทศไทย นอกจากนี้ งานวิจัยนี้ไม่ได้ระบุถึงความรุนแรงของการติดเชื้อในสัตว์เลี้ยง หรือความสามารถในการแพร่เชื้อไปยังคน ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำคัญในการประเมินความเสี่ยงอย่างครอบคลุม จึงควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลการวิจัยนี้ และศึกษาปัจจัยอื่นๆ ที่อาจมีผลต่อการแพร่ระบาดของเชื้อ เช่น พฤติกรรมของคนเลี้ยงสัตว์ และความหลากหลายของสายพันธุ์ไวรัส
การศึกษาเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสในสัตว์เลี้ยงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกันโรคระบาดในอนาคต การพัฒนาชุดตรวจที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เช่น In-house ELISA เป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบและควบคุมโรค และช่วยให้สามารถวางแผนการป้องกันโรคได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ผลการศึกษาควรนำไปใช้ร่วมกับข้อมูลอื่นๆ เพื่อให้ได้ภาพรวมที่สมบูรณ์ และสามารถวางแผนควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันโรค และการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงอย่างถูกวิธี
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมด้านสุขภาพสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมการผลิตและจำหน่ายชุดตรวจวินิจฉัยโรคสัตว์ เนื่องจากงานวิจัยนี้ได้พัฒนาและทดสอบประสิทธิภาพของชุดตรวจ In-house ELISA สำหรับตรวจหาแอนติบอดี SARS-CoV-2 ในสัตว์เลี้ยง ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงชุดตรวจให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและควบคุมโรคในสัตว์เลี้ยง เช่น วัคซีน ยา และอุปกรณ์ป้องกันโรค รวมถึงอุตสาหกรรมประกันภัยสัตว์เลี้ยงที่สามารถใช้ข้อมูลนี้ในการประเมินความเสี่ยงและออกแบบกรมธรรม์
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับสัตวแพทย์ นักวิจัยด้านสุขภาพสัตว์ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข สัตวแพทย์สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการวินิจฉัยโรค และให้คำแนะนำในการป้องกันโรคแก่เจ้าของสัตว์เลี้ยง นักวิจัยด้านสุขภาพสัตว์สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการศึกษาและวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคในสัตว์เลี้ยง และการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับการตรวจหาและควบคุมโรค เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการวางแผนและดำเนินการควบคุมโรคในระดับประเทศ รวมถึงการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันโรค
| รหัสโครงการ : | 102853 |
| หัวหน้าโครงการ : | นางสาวธรรมาพร พิจิตราศิลป์ |
| ปีงบประมาณ : | 2564 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | .- พัฒนาชุดตรวจที่มีมีความไวและความจำเพาะต่อการตรวจหาภูมิคุ้มกันที่มีต่อ COVID-19 ของสุนัข และแมว ด้วย In-house ELISA - เพื่อตรวจหาภูมิคุ้มกันที่มีต่อเชื้อ COVID-19 ในสัตว์เลี้ยงเพื่อช่วยกำหนดมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในคนโดยมีสัตว์เลี้ยงเป็นตัวกักโรคหรือนำโรคได้ |
นางสาวธรรมาพร พิจิตราศิลป์. (2564). ความเสี่ยงของการเกิดโรคไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ที่มีสัตว์เลี้ยงเป็นตัวรังโรค. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. กรุงเทพมหานคร, ญี่ปุ่น.
นางสาวธรรมาพร พิจิตราศิลป์. 2564. "ความเสี่ยงของการเกิดโรคไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ที่มีสัตว์เลี้ยงเป็นตัวรังโรค". มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. กรุงเทพมหานคร, ญี่ปุ่น.
นางสาวธรรมาพร พิจิตราศิลป์. "ความเสี่ยงของการเกิดโรคไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ที่มีสัตว์เลี้ยงเป็นตัวรังโรค". มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2564. กรุงเทพมหานคร, ญี่ปุ่น.
นางสาวธรรมาพร พิจิตราศิลป์. ความเสี่ยงของการเกิดโรคไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ที่มีสัตว์เลี้ยงเป็นตัวรังโรค. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; 2564. กรุงเทพมหานคร, ญี่ปุ่น.