กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์

การพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ แสดงการจัดกลุ่มและคาดคะเน การลุกลามของไฟป่า จากข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) ในประเทศไทย

... 13 มีนาคม 2568
การพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ แสดงการจัดกลุ่มและคาดคะเน การลุกลามของไฟป่า จากข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) ในประเทศไทย
ภาพนี้สร้างโดย Image GPT เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2568

บทวิเคราะห์งานวิจัย

งานวิจัยนี้มุ่งพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศเพื่อจัดการกับปัญหาไฟป่าในประเทศไทย โดยใช้ข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) จากดาวเทียมหลายดวงเป็นหลัก จุดเด่นของงานวิจัยอยู่ที่การสร้างระบบข้อมูลกลางเชิงพื้นที่แบบอัตโนมัติ (Analysis Ready Data) ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากดาวเทียม Suomi NPP, MODIS Terra/Aqua และ NOAA-20 เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การใช้ข้อมูลแบบ Near Real Time ช่วยให้การตอบสนองต่อเหตุการณ์ไฟป่าเป็นไปอย่างทันท่วงที นอกจากนี้ การพัฒนาแบบจำลองการจัดกลุ่มจุดความร้อน (Clustering) และการคาดคะเนการลุกลามของไฟป่า (Fire spread prediction) ถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญ เพราะช่วยให้การวางแผนและการควบคุมไฟป่ามีประสิทธิภาพมากขึ้น การแบ่งกลุ่มจุดความร้อนออกเป็น 3 ขนาด (เล็ก กลาง ใหญ่) และการประเมินความแม่นยำของการตรวจจับรอยเผาไหม้จริง (98%) แสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือของข้อมูล อย่างไรก็ตาม ความแม่นยำของแบบจำลองคาดคะเนการลุกลามของไฟป่าในพื้นที่ป่า (R2 = 0.57) ถือว่าเป็นความแม่นยำปานกลาง ซึ่งอาจเนื่องมาจากปัจจัยต่างๆ ที่ยังไม่ถูกนำมาพิจารณาอย่างครอบคลุม เช่น สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หรือความแปรปรวนของเชื้อเพลิง นอกจากนี้ การทดสอบในพื้นที่นาข้าวแสดงให้เห็นถึงข้อจำกัดของแบบจำลองปัจจุบัน เนื่องจากปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการลุกลามของไฟในพื้นที่เกษตรมีความแตกต่างจากพื้นที่ป่า ซึ่งหมายความว่า แบบจำลองจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงและพัฒนาให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ที่หลากหลายมากขึ้น การพัฒนาเว็บแอพพลิเคชันและระบบแจ้งเตือน (Email Alert และ Line Notify) ช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลและการสื่อสารระหว่างหน่วยงานต่างๆ เป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว นี่คือองค์ประกอบสำคัญในการทำงานเชิงบูรณาการเพื่อรับมือกับภัยพิบัติอย่างไฟป่า อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอแนะของผู้วิจัยเองก็ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะข้อมูลในพื้นที่เกษตร เพื่อปรับปรุงความแม่นยำของแบบจำลอง รวมถึงการเพิ่มจำนวนตัวอย่างเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในการนำไปใช้ประโยชน์

งานวิจัยนี้มีข้อดีหลายประการ คือ การใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศที่ทันสมัย การสร้างระบบข้อมูลกลางแบบอัตโนมัติ และการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชันที่ใช้งานง่าย ทำให้ข้อมูลสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ การแจ้งเตือนแบบ Real-time ช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ไฟป่าได้อย่างทันท่วงที อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังมีข้อจำกัดในด้านความแม่นยำของแบบจำลองคาดคะเนการลุกลามของไฟป่า โดยเฉพาะในพื้นที่นอกป่า ดังนั้น การวิจัยเพิ่มเติมจึงมีความจำเป็น เพื่อเพิ่มความครอบคลุมและความแม่นยำของแบบจำลอง การวิจัยในอนาคตควรเน้นการเพิ่มปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ชนิดของเชื้อเพลิง ความชื้นในอากาศ และทิศทางลม รวมถึงการใช้เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของแบบจำลอง การขยายฐานข้อมูลให้ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ และสภาพอากาศที่หลากหลาย ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความแม่นยำของแบบจำลอง โดยรวมแล้ว งานวิจัยนี้เป็นการเริ่มต้นที่ดี แต่ยังต้องการการพัฒนาต่อเนื่องเพื่อให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ และสร้างประโยชน์สูงสุดในการป้องกันและควบคุมไฟป่าในประเทศไทย

งานวิจัยนี้มีศักยภาพสูงในการนำไปใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการพัฒนา การใช้งานจริง และการบำรุงรักษา ระบบ การมีฐานข้อมูลที่ครอบคลุม และแบบจำลองที่แม่นยำ จะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถวางแผนและจัดการไฟป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของงานวิจัยนี้ขึ้นอยู่กับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการมีส่วนร่วมจากประชาชน เพื่อให้ข้อมูลมีความสมบูรณ์ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทที่พัฒนาซอฟต์แวร์ และแอปพลิเคชัน ที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิสารสนเทศ (GIS) และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ เนื่องจากงานวิจัยได้สร้างระบบข้อมูลกลาง เว็บแอปพลิเคชัน และระบบแจ้งเตือน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการสูงในอุตสาหกรรมนี้ นอกจากนี้ ยังเหมาะกับอุตสาหกรรมด้านการเกษตร และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เพราะสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนการเกษตร การป้องกันไฟป่า และการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ อุตสาหกรรมประกันภัยก็สามารถนำข้อมูลนี้ไปประเมินความเสี่ยง และกำหนดเบี้ยประกันได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ข้อมูล การจัดการข้อมูลเชิงพื้นที่ และการใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ เช่น นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล นักวิเคราะห์ภูมิสารสนเทศ นักวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่ป่าไม้ นักวางแผนการจัดการทรัพยากร และเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า อาชีพเหล่านี้จะสามารถใช้ข้อมูล และระบบที่พัฒนาขึ้นในงานวิจัย เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ การวางแผน และการดำเนินงาน ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการไฟป่า และการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

สร้างบทวิเคราะห์โดย Gemini เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2568
รหัสโครงการ : 136782
หัวหน้าโครงการ : นางสาวชัชชญา บัวเนียม
ปีงบประมาณ : 2564
หน่วยงาน : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
สาขาวิจัย : กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์
ประเภทโครงการ : โครงการเดี่ยว
สถานะ : ปิดโครงการ
คำสำคัญ :
วัตถุประสงค์ : เพื่อพัฒนาระบบข้อมูลกลางจุดความร้อนไฟป่า (Hotspot) เชิงพื้นที่ ที่ผ่านการกลั่นกรองพร้อมในการวิเคราะห์ (Analysis Ready Data) โดยใช้ข้อมูลดาวเทียม Suomi NPP, MODIS Terra/Aqua, และ NOAA-20 แบบ Near Real Time โดยปรับขั้นตอนให้เป็นอัตโนมัติเหมาะสมกับการพื้นที่ประเทศไทย เพื่อเพิ่มมูลค่าข้อมูลกลาง Hotspot จากดาวเทียม ให้หน่วยงานทุกภาคส่วนมีข้อมูลในการวางแผนและบริหารจัดการไฟป่า ทั้งในระดับนโยบายและปฏิบัติ โดยรวบกลุ่มหรือคลัสเตอร์ Hotspot เป็น 1 จุด พร้อมทั้งจัดทำแบบจำลองเพื่อระบุขอบเขตของไฟ (Fire patch) และ ชี้จุดเริ่มต้นการเผาของไฟป่า (Ignition point) เพื่อสนับสนุนการวางแผนควบคุมไฟป่าในระดับปฏิบัติการ โดยศึกษาและจัดทำแบบจำลองคาดคะเนการลุกลามของไฟป่า โดยบูรณาการข้อมูลกลาง Hotspot จากดาวเทียมควบคู่กับปัจจัยทางกายภาพทั้ง ปัจจัยทางอากาศ ทางภูมิประเทศ และทางเชื้อเพลิง 4. เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนและบุคคลที่สนใจสามารถเข้าถึงข้อมูลและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าเชิงพื้นได้รวดเร็วผ่านแอพพลิเคชั่นทั้งบนหน้าเว็ปและระบบโทรศัพท์มือถือ

นางสาวชัชชญา บัวเนียม. (2564). การพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ แสดงการจัดกลุ่มและคาดคะเน การลุกลามของไฟป่า จากข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) ในประเทศไทย. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. เชียงราย, เชียงใหม่, ตาก, น่าน, พะเยา, แพร่, แม่ฮ่องสอน, ลำปาง, ลำพูน.

นางสาวชัชชญา บัวเนียม. 2564. "การพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ แสดงการจัดกลุ่มและคาดคะเน การลุกลามของไฟป่า จากข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) ในประเทศไทย". กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. เชียงราย, เชียงใหม่, ตาก, น่าน, พะเยา, แพร่, แม่ฮ่องสอน, ลำปาง, ลำพูน.

นางสาวชัชชญา บัวเนียม. "การพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ แสดงการจัดกลุ่มและคาดคะเน การลุกลามของไฟป่า จากข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) ในประเทศไทย". กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, 2564. เชียงราย, เชียงใหม่, ตาก, น่าน, พะเยา, แพร่, แม่ฮ่องสอน, ลำปาง, ลำพูน.

นางสาวชัชชญา บัวเนียม. การพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ แสดงการจัดกลุ่มและคาดคะเน การลุกลามของไฟป่า จากข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) ในประเทศไทย. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช; 2564. เชียงราย, เชียงใหม่, ตาก, น่าน, พะเยา, แพร่, แม่ฮ่องสอน, ลำปาง, ลำพูน.

Creative Commons : CC

Creative Commons
Attribution ให้เผยแพร่ ดัดแปลง โดยต้องระบุที่มา