โครงการส่งเสริมและจัดการความรู้เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามแนวตะเข็บชายแดน และระเบียงเศรษฐกิจเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัย “โครงการส่งเสริมและจัดการความรู้เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามแนวตะเข็บชายแดนและระเบียงเศรษฐกิจเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ” เป็นงานวิจัยเชิงประยุกต์ที่มุ่งแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยใช้กลไกการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นเครื่องมือหลัก จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการบูรณาการความรู้และวิธีการต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เริ่มจากการวิเคราะห์ความต้องการของพื้นที่เป้าหมาย 8 พื้นที่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจบริบทเฉพาะของแต่ละพื้นที่ และนำไปสู่การพัฒนาหลักสูตร การฝึกอบรม และกิจกรรมต่างๆ ที่ตรงกับความต้องการจริง
การเน้นการพัฒนาระบบต้นแบบของการพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน (Sustainable Self-Reliance) เป็นแนวทางที่น่าสนใจ เพราะไม่ใช่เพียงการให้ความช่วยเหลือชั่วคราว แต่เป็นการสร้างความสามารถในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องให้แก่ชุมชน การนำแนวคิด 5P (Public-Private-People-Partnership-Profit) มาใช้ในการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน เป็นการสร้างความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ การมุ่งเน้นไปที่การสร้างวิสาหกิจชุมชนโดยเฉพาะด้านการเกษตรและการท่องเที่ยว สอดคล้องกับศักยภาพและทรัพยากรที่มีอยู่ของพื้นที่เป้าหมาย และเป็นการสร้างรายได้และอาชีพที่มั่นคงให้แก่คนในชุมชน
การพัฒนา “ชุมชนอัจฉริยะ” เป็นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการยกระดับคุณภาพชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาประเทศในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม การนำเทคโนโลยีมาใช้จำเป็นต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับบริบทและความสามารถของคนในชุมชน เพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยโครงการได้กำหนด 6 องค์ประกอบหลักในการสร้างชุมชนอัจฉริยะ คือ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ พลังงาน การบริหารภาครัฐ การดำรงชีวิต และการเดินทางและขนส่งอัจฉริยะ ซึ่งครอบคลุมมิติต่างๆ ที่สำคัญของการพัฒนาชุมชน การกำหนด 8 ขั้นตอนการดำเนินงานที่เป็นระบบ ตั้งแต่การศึกษาข้อมูลไปจนถึงการสรุปผลและข้อเสนอแนะ แสดงถึงความรอบคอบและเป็นมืออาชีพของทีมวิจัย
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น ระยะเวลาของโครงการอาจไม่เพียงพอต่อการประเมินผลลัพธ์ในระยะยาว และการขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ อาจต้องมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ การติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของโครงการในระยะยาว นอกจากนี้ การวัดผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นควรคำนึงถึงตัวชี้วัดที่หลากหลาย ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ภาพรวมของความสำเร็จครอบคลุมและสมบูรณ์มากขึ้น
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชนบท การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมที่ให้บริการด้านการศึกษา การฝึกอบรม การให้คำปรึกษา และเทคโนโลยีสารสนเทศ เหตุผลคือ งานวิจัยนี้ได้พัฒนารูปแบบหลักสูตร ระบบการพึ่งพาตนเอง และแบบจำลองวิสาหกิจชุมชน ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาบุคลากร และสร้างธุรกิจใหม่ๆ ในชุมชนได้ นอกจากนี้ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร การแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร และการท่องเที่ยว ก็สามารถนำผลการวิจัยนี้ไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการได้ รวมถึงอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) และเทคโนโลยีการสื่อสาร สามารถนำไปใช้ในการวางแผนและบริหารจัดการทรัพยากร และการพัฒนาชุมชนอัจฉริยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ที่ทำงานในสายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชน เช่น นักพัฒนาชุมชน นักวิชาการ เจ้าหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ นอกจากนี้ ยังเหมาะกับผู้ประกอบการ ที่ต้องการพัฒนาธุรกิจในพื้นที่ชนบท หรือผู้ที่ทำงานด้านการท่องเที่ยว การเกษตร และการแปรรูปสินค้าเกษตร เนื่องจากงานวิจัยนี้ได้นำเสนอแบบจำลองการประกอบอาชีพ และการพัฒนาธุรกิจ ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง ผู้ที่ทำงานด้านการศึกษา การฝึกอบรม และการให้คำปรึกษา ก็สามารถนำความรู้จากงานวิจัยนี้ไปใช้ในการพัฒนาหลักสูตร และการฝึกอบรม เพื่อเพิ่มศักยภาพของบุคลากรในชุมชนได้ รวมถึงผู้ที่ทำงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาชุมชนอัจฉริยะ และการจัดการข้อมูล เพื่อสนับสนุนการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
| รหัสโครงการ : | 122753 |
| หัวหน้าโครงการ : | ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. กาญจนา เงารังษี |
| ปีงบประมาณ : | 2564 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านมนุษย์ศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | เพื่อพัฒนารูปแบบหลักสูตรด้านการศึกษา อาชีพ สุขอนามัยตามความต้องการของพื้นที่เป้าหมาย เพื่อพัฒนาระบบต้นแบบของการพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน (Sustainable Self-Reliance) ของชุมชนเป้าหมายโดยการดำเนินกิจกรรมแบบมีส่วนร่วม เพื่อพัฒนาและร่างต้นแบบ (Model) ของการประกอบอาชีพในรูปของวิสาหกิจชุมชน (Community Enterprise) ที่เกิดจากความร่วมมือและสนับสนุนในรูปของ 5P (Public-Private- People- Partnership- Profit) เพื่อพัฒนาและสร้างชุมชนอัจฉริยะต้นแบบของการพัฒนาอย่างยั่งยืน |
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. กาญจนา เงารังษี. (2564). โครงการส่งเสริมและจัดการความรู้เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามแนวตะเข็บชายแดน และระเบียงเศรษฐกิจเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กาญจนบุรี, ตาก, แม่ฮ่องสอน, ระนอง, ลำปาง, อุตรดิตถ์.
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. กาญจนา เงารังษี. 2564. "โครงการส่งเสริมและจัดการความรู้เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามแนวตะเข็บชายแดน และระเบียงเศรษฐกิจเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ". มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กาญจนบุรี, ตาก, แม่ฮ่องสอน, ระนอง, ลำปาง, อุตรดิตถ์.
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. กาญจนา เงารังษี. "โครงการส่งเสริมและจัดการความรู้เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามแนวตะเข็บชายแดน และระเบียงเศรษฐกิจเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ". มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2564. กาญจนบุรี, ตาก, แม่ฮ่องสอน, ระนอง, ลำปาง, อุตรดิตถ์.
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. กาญจนา เงารังษี. โครงการส่งเสริมและจัดการความรู้เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามแนวตะเข็บชายแดน และระเบียงเศรษฐกิจเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย; 2564. กาญจนบุรี, ตาก, แม่ฮ่องสอน, ระนอง, ลำปาง, อุตรดิตถ์.