การกำกับดูแลการแข่งขัน (Competition Regulation) ในธุรกิจแพลตฟอร์มหลายมิติ (Multi-sided Platforms) ในประเทศไทย
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง "การกำกับดูแลการแข่งขัน (Competition Regulation) ในธุรกิจแพลตฟอร์มหลายมิติ (Multi-sided Platforms) ในประเทศไทย" นี้เป็นการศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับอำนาจเหนือตลาดและพฤติกรรมต่อต้านการแข่งขันของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ในประเทศไทยอย่าง Lazada และ Shopee โดยใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสานทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ การใช้ข้อมูลปริมาณจากการวิเคราะห์ข้อมูลการค้นหาสินค้าบนแพลตฟอร์มจำนวนมาก (10,080 ตัวอย่าง) ช่วยให้เห็นภาพการกระจุกตัวของตลาดและอำนาจเหนือตลาดได้อย่างชัดเจน การใช้วิธีการเชิงคุณภาพอย่างการสัมภาษณ์เชิงลึกและการจัดกลุ่มย่อยเสริมความเข้าใจในมิติเชิงลึกของพฤติกรรมของแพลตฟอร์มและมุมมองของผู้บริโภค
จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการใช้ดัชนีเชิงปริมาณอย่างดัชนีเฮอร์ฟินดาห์ลเฮิร์ชแมนในการวัดความเข้มข้นของตลาด ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าแม้ Lazada และ Shopee จะมีการผูกขาดตลาดสูง แต่กลับไม่สามารถใช้อำนาจเหนือตลาดนี้สร้างกำไรได้อย่างเต็มที่ ตรงกันข้าม การรักษาอำนาจเหนือตลาดกลับต้องใช้เงินลงทุนและค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาล นี่เป็นข้อสังเกตที่น่าสนใจ เพราะมันบ่งชี้ว่าการแข่งขันในตลาดนี้รุนแรงกว่าที่คิด และการแข่งขันเชิงพลวัตทำให้เกิดปรากฏการณ์ “ผู้ชนะได้ทุกสิ่ง” น้อยลง
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยพบว่า Lazada และ Shopee ใช้กลยุทธ์ต่างๆ เพื่อสร้างอำนาจเหนือตลาด โดยเฉพาะการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และอัลกอริทึมในการจัดการผลการค้นหาสินค้า การจำกัดการมองเห็นสินค้าบางรายการ และการใช้กลยุทธ์การส่งเสริมการขายและค่าขนส่ง กลยุทธ์เหล่านี้สามารถตีความได้ว่าเป็นพฤติกรรมต่อต้านการแข่งขัน เนื่องจากอาจทำให้ผู้ขายรายเล็กหรือรายใหม่เข้าสู่ตลาดได้ยากขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่จำกัดลง
ข้อเสนอแนะในการกำกับดูแลแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่งานวิจัยนำเสนอนั้น เน้นการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ ควบคู่ไปกับการกำกับดูแลรายสาขาและการตรวจสอบพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม นี่เป็นแนวทางที่สมเหตุสมผล เพราะการกำกับดูแลที่เข้มงวดเกินไปอาจขัดขวางนวัตกรรมและการเติบโตของธุรกิจ ในขณะเดียวกัน การปล่อยให้แพลตฟอร์มมีอำนาจเหนือตลาดมากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการรายเล็กได้เช่นกัน การสร้างสมดุลจึงเป็นสิ่งจำเป็น รวมไปถึงการสร้างความรู้ความเข้าใจด้านดิจิทัลให้แก่ผู้บริโภค เพื่อให้พวกเขามีความสามารถในการตัดสินใจเลือกใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยรวมแล้ว งานวิจัยชิ้นนี้มีความสำคัญและทันต่อเหตุการณ์ เพราะมันวิเคราะห์สถานการณ์จริงในตลาดอีคอมเมิร์ซของไทย และให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้กำหนดนโยบาย ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ควรมีการศึกษาต่อยอดในด้านอื่นๆ เช่น การวิเคราะห์ผลกระทบของพฤติกรรมต่อต้านการแข่งขันต่อผู้บริโภคในเชิงลึกมากขึ้น หรือการศึกษาเกี่ยวกับกลยุทธ์ในการรับมือของผู้ประกอบการรายเล็กและรายใหม่ เพื่อให้ภาพรวมของการแข่งขันในตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซ แพลตฟอร์มดิจิทัล และเทคโนโลยี เพราะงานวิจัยนี้ศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับการแข่งขันและการกำกับดูแลในตลาดอีคอมเมิร์ซของไทย ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ข้อมูลและข้อเสนอแนะจากงานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ การปรับตัวให้เข้ากับกฎระเบียบ และการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันสำหรับธุรกิจในอุตสาหกรรมเหล่านี้ นอกจากนี้ อุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีลักษณะเป็นแพลตฟอร์มหลายมิติ เช่น แพลตฟอร์มขนส่ง แพลตฟอร์มเรียกรถ หรือแพลตฟอร์มสื่อสาร ก็สามารถนำข้อมูลเชิงลึกจากงานวิจัยนี้ไปประยุกต์ใช้ได้เช่นกัน เพราะหลักการและแนวคิดเกี่ยวกับอำนาจเหนือตลาดและพฤติกรรมต่อต้านการแข่งขันสามารถนำไปใช้ได้อย่างกว้างขวาง
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะสำหรับบุคคลในหลายอาชีพ ได้แก่ นักเศรษฐศาสตร์ นักวิเคราะห์นโยบาย นักกฎหมาย ผู้บริหารในบริษัทอีคอมเมิร์ซ และนักวิจัยด้านการแข่งขันทางการค้า นักเศรษฐศาสตร์สามารถนำข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพไปวิเคราะห์และพัฒนาแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ นักวิเคราะห์นโยบายสามารถนำข้อเสนอแนะในการกำกับดูแลไปใช้ในการกำหนดนโยบาย นักกฎหมายสามารถใช้ข้อมูลนี้ในการตีความกฎหมายและให้คำปรึกษาทางกฎหมาย ผู้บริหารในบริษัทอีคอมเมิร์ซสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ และนักวิจัยด้านการแข่งขันทางการค้าสามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการศึกษาวิจัยต่อไป
| รหัสโครงการ : | 107511 |
| หัวหน้าโครงการ : | ผศ.ดร. ภูรี สิรสุนทร |
| ปีงบประมาณ : | 2564 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | โครงการวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ 1. เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างตลาดและอำนาจเหนือตลาดในแพลตฟอร์มหลายมิติ รวมทั้งบ่งชี้พฤติกรรมต่อต้านการแข่งขัน (Anticompetitive practices) 2. เพื่อวิเคราะห์และประเมินผลกระทบของพฤติกรรมต่อต้านการแข่งขันของผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีต่อการปรับตัวของธุรกิจดั้งเดิมและการแข่งขันของผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มหลายมิติรายใหม่ |
ผศ.ดร. ภูรี สิรสุนทร. (2564). การกำกับดูแลการแข่งขัน (Competition Regulation) ในธุรกิจแพลตฟอร์มหลายมิติ (Multi-sided Platforms) ในประเทศไทย. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. ปทุมธานี.
ผศ.ดร. ภูรี สิรสุนทร. 2564. "การกำกับดูแลการแข่งขัน (Competition Regulation) ในธุรกิจแพลตฟอร์มหลายมิติ (Multi-sided Platforms) ในประเทศไทย". มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. ปทุมธานี.
ผศ.ดร. ภูรี สิรสุนทร. "การกำกับดูแลการแข่งขัน (Competition Regulation) ในธุรกิจแพลตฟอร์มหลายมิติ (Multi-sided Platforms) ในประเทศไทย". มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2564. ปทุมธานี.
ผศ.ดร. ภูรี สิรสุนทร. การกำกับดูแลการแข่งขัน (Competition Regulation) ในธุรกิจแพลตฟอร์มหลายมิติ (Multi-sided Platforms) ในประเทศไทย. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2564. ปทุมธานี.