การสกัดและเพิ่มมูลค่าน้ำมันจิ้งหรีด และการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเศษเหลือจากกระบวนการสกัดน้ำมันเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการสกัดน้ำมันจากจิ้งหรีดทองดำและเพิ่มมูลค่าให้กับทั้งน้ำมันและเศษเหลือจากกระบวนการสกัด โดยมีการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพของสองวิธีการสกัด คือ การบีบอัดและการใช้หม้อนึ่งความดันไอน้ำ ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าวิธีการบีบอัดแบบสกรูที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส ให้ผลผลิตน้ำมันสูงสุดถึง 46.39% สูงกว่าวิธีใช้หม้อนึ่งความดันไอน้ำอย่างมีนัยสำคัญ การเลือกใช้วิธีการบีบอัดแบบสกรูจึงเป็นจุดแข็งของงานวิจัยนี้ เนื่องจากให้ผลผลิตที่สูงและเหมาะสมต่อการนำไปสู่กระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ งานวิจัยยังได้พัฒนาต่อยอดด้วยการนำน้ำมันจิ้งหรีดที่สกัดได้มาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์น้ำมันผงโดยใช้เทคโนโลยีเอนแคปซูเลชันและการทำแห้งแบบพ่นฝอย การสร้างน้ำมันผงเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับน้ำมันจิ้งหรีดอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะช่วยยืดอายุการเก็บรักษา ปรับปรุงคุณสมบัติในการใช้งาน และเพิ่มความสะดวกในการขนส่งและจัดเก็บ การใช้เลซิทินเป็นสารช่วยในการทำให้เป็นอิมัลชันช่วยให้ได้ผงน้ำมันที่มีคุณภาพดี มีความคงตัวสูงและไม่เกิดการแยกชั้น โดยผงน้ำมันที่ได้มีคุณภาพดี มีความชื้นต่ำ และมีความเสถียรต่อการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีศักยภาพสูง
อีกหนึ่งส่วนสำคัญของงานวิจัยคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์เส้นหมี่โคราชเสริมโปรตีนจากจิ้งหรีด การนำโปรตีนจิ้งหรีดซึ่งเป็นเศษเหลือจากกระบวนการสกัดน้ำมันมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ เป็นการเพิ่มมูลค่าของวัตถุดิบและลดของเสีย การทดลองพบว่าการเติมผงโปรตีนจิ้งหรีดร้อยละ 3 ให้คุณภาพเส้นหมี่ที่ดี แต่การเก็บรักษาเส้นหมี่ที่อุณหภูมิสูงอาจทำให้เกิดการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ได้ จึงควรมีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์และวิธีการเก็บรักษาที่เหมาะสมเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาและรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน
งานวิจัยนี้ครอบคลุมตั้งแต่การศึกษาขั้นตอนการสกัด การวิเคราะห์คุณสมบัติของน้ำมัน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ จนถึงการศึกษาความเป็นไปได้ทางการตลาด ซึ่งเป็นกระบวนการที่สมบูรณ์และมีประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับปรุงกระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพ และการวิเคราะห์ต้นทุนการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของการลงทุน รวมถึงการศึกษาตลาดอย่างละเอียดเพื่อวางแผนการตลาดและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้ประสบความสำเร็จ การศึกษาความยอมรับของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น เส้นหมี่เสริมโปรตีนจิ้งหรีด ก็มีความสำคัญในการนำงานวิจัยนี้ไปใช้ในเชิงพาณิชย์
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมอาหาร โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารจากแมลง อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ และอุตสาหกรรมอาหารเสริม เหตุผลคือ:
-
อุตสาหกรรมแปรรูปอาหารจากแมลง: งานวิจัยนี้ได้พัฒนาเทคนิคการสกัดน้ำมันจากจิ้งหรีดและการนำเศษเหลือมาใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่สำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารจากแมลงให้มีความหลากหลายและมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น การเพิ่มมูลค่าจากเศษเหลือจะช่วยลดต้นทุนการผลิต และส่งเสริมให้ธุรกิจอาหารจากแมลงมีความยั่งยืน
-
อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ: น้ำมันจิ้งหรีดมีกรดไขมันหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ การนำน้ำมันจิ้งหรีดมาแปรรูปเป็นผงช่วยเพิ่มความสะดวกในการบริโภคและการใช้งานในผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพต่างๆ เช่น การใช้เป็นส่วนผสมในอาหารเสริม หรือการใช้เป็นส่วนผสมในอาหารเพื่อสุขภาพชนิดต่างๆ
-
อุตสาหกรรมอาหารเสริม: น้ำมันและโปรตีนจากจิ้งหรีดสามารถนำมาใช้เป็นส่วนผสมสำคัญในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมได้ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เน้นโปรตีน กรดไขมัน และสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร เช่น นักวิจัยด้านอาหาร นักเทคโนโลยีอาหาร นักวิทยาศาสตร์ด้านอาหาร ผู้ประกอบการด้านอาหาร และเกษตรกรที่เลี้ยงจิ้งหรีด เหตุผลคือ:
-
นักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ด้านอาหาร: งานวิจัยนี้เป็นพื้นฐานในการศึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารจากแมลงชนิดใหม่ๆ และสามารถนำไปต่อยอดวิจัยในด้านต่างๆ เช่น การศึกษาคุณสมบัติทางโภชนาการ การศึกษาความปลอดภัย และการศึกษาการยืดอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์
-
นักเทคโนโลยีอาหาร: งานวิจัยนี้ได้พัฒนาเทคโนโลยีการสกัดน้ำมันและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารให้มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัย
-
ผู้ประกอบการด้านอาหาร: งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจ และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาด
-
เกษตรกรผู้เลี้ยงจิ้งหรีด: งานวิจัยนี้ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับการเลี้ยงจิ้งหรีด โดยการนำน้ำมันและเศษเหลือจากกระบวนการสกัดไปใช้ประโยชน์ ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น และส่งเสริมให้ธุรกิจการเลี้ยงจิ้งหรีดมีความยั่งยืนมากขึ้น
| รหัสโครงการ : | 103039 |
| หัวหน้าโครงการ : | นางเยาวพา ความหมั่น |
| ปีงบประมาณ : | 2564 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1. ประเมินประสิทธิภาพของกระบวนการสกัดน้ำมันจากจิ้งหรีด ด้วยวิธีการบีบ และการใช้หม้อต้มความดัน โดยทำการคัดเลือกกระบวนการสกัดที่เหมาะสม อย่างน้อย 1 กระบวนการ2. พัฒนากระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์น้ำมันจิ้งหรีดผงด้วยเทคโนโลยีเอนแคปซูเลชันโดยการทำแห้งแบบพ่นฝอยอย่างน้อย 1 กระบวนการ/ผลิตภัณฑ์3. พัฒนาผลิตภัณฑ์เส้นหมี่โคราชเสริมโปรตีนจากจิ้งหรีด4. พัฒนาบรรจุภัณฑ์ต้นแบบของผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการศึกษาวิจัย อย่างน้อย 2 ผลิตภัณฑ์5. ศึกษาความเป็นไปได้ทางการตลาดของผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการพัฒนา |
นางเยาวพา ความหมั่น. (2564). การสกัดและเพิ่มมูลค่าน้ำมันจิ้งหรีด และการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเศษเหลือจากกระบวนการสกัดน้ำมันเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน. นครราชสีมา.
นางเยาวพา ความหมั่น. 2564. "การสกัดและเพิ่มมูลค่าน้ำมันจิ้งหรีด และการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเศษเหลือจากกระบวนการสกัดน้ำมันเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน. นครราชสีมา.
นางเยาวพา ความหมั่น. "การสกัดและเพิ่มมูลค่าน้ำมันจิ้งหรีด และการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเศษเหลือจากกระบวนการสกัดน้ำมันเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน, 2564. นครราชสีมา.
นางเยาวพา ความหมั่น. การสกัดและเพิ่มมูลค่าน้ำมันจิ้งหรีด และการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเศษเหลือจากกระบวนการสกัดน้ำมันเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน; 2564. นครราชสีมา.