การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตก๊าซชีวภาพ : ต้นแบบการผลิตก๊าซชีวภาพให้เกิดความยั่งยืนเพื่อเป็นพลังงานทดแทนและเข้าถึงได้ง่าย
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง "การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตก๊าซชีวภาพ: ต้นแบบการผลิตก๊าซชีวภาพให้เกิดความยั่งยืนเพื่อเป็นพลังงานทดแทนและเข้าถึงได้ง่าย" นี้มุ่งแก้ไขปัญหาความไม่ยั่งยืนของโครงการผลิตก๊าซชีวภาพในอดีตที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งมักประสบปัญหาการถูกทิ้งร้างเนื่องจากการขาดความรู้และการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่การสูญเสียทรัพยากรและงบประมาณ งานวิจัยนี้จึงเสนอแนวทางการสร้างต้นแบบการผลิตก๊าซชีวภาพที่ยั่งยืน โดยเน้นความเรียบง่าย ประหยัด และสามารถเข้าถึงได้ง่ายสำหรับเกษตรกร ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลัก 5 ประการ คือ ลดค่าใช้จ่ายของเกษตรกร ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพิ่มองค์ความรู้ให้เกษตรกร สร้างชุมชนต้นแบบ และผลักดันนวัตกรรมกระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยีเป็นนโยบายสาธารณะ
จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการพัฒนานวัตกรรมกระบวนการ ASTACEF ซึ่งเป็นกระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างระบบผลิตก๊าซชีวภาพ การติดตั้ง การใช้งาน การดูแลรักษา และการปรับปรุงคุณภาพก๊าซชีวภาพ โดยมีพี่เลี้ยงคอยให้การสนับสนุนและติดตามอย่างใกล้ชิด วิธีการนี้ช่วยให้เกษตรกรสามารถเรียนรู้และใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถดูแลระบบได้ด้วยตนเองในระยะยาว ส่งผลให้โครงการมีความยั่งยืน และลดโอกาสที่จะถูกทิ้งร้าง ความสำเร็จของโครงการนี้สะท้อนให้เห็นจากอัตราการเพิ่มขึ้นของความรู้เรื่องก๊าซชีวภาพในเกษตรกรถึง 72.06% และปริมาณก๊าซชีวภาพที่ผลิตได้เฉลี่ย 2.6 ลบ.ม./วัน/ครัวเรือน ลดต้นทุนค่าก๊าซหุงต้มได้อย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ การที่งานวิจัยนี้ได้รับการยอมรับจาก 33 หน่วยงานในจังหวัดลำปาง และมีการลงนามความร่วมมือในการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนอย่างยั่งยืน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความน่าเชื่อถือของผลงาน การขยายผลสู่การกำหนดนโยบายสาธารณะถือเป็นเป้าหมายที่สำคัญ ซึ่งจะช่วยให้สามารถขยายผลงานวิจัยสู่พื้นที่อื่นๆ และสร้างความยั่งยืนให้กับการใช้ก๊าซชีวภาพในวงกว้างได้ อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดของงานวิจัยนี้อาจอยู่ที่ขอบเขตการศึกษาที่จำกัดอยู่ในพื้นที่จังหวัดลำปาง การนำไปใช้ในพื้นที่อื่นๆ อาจต้องมีการปรับปรุงให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและทรัพยากรในท้องถิ่นนั้นๆ และควรมีการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าโครงการจะยังคงมีความยั่งยืนในระยะยาว
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายก๊าซชีวภาพ เหตุผลหลักมาจากการที่งานวิจัยนี้ได้พัฒนานวัตกรรมกระบวนการ ASTACEF ซึ่งเป็นกระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตก๊าซชีวภาพที่มีประสิทธิภาพ ต้นทุนต่ำ และยั่งยืน อุตสาหกรรมนี้สามารถนำเอาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และกระบวนการที่พัฒนาขึ้นในงานวิจัยนี้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ หรือกระบวนการผลิตก๊าซชีวภาพของตนเอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ นอกจากนี้ งานวิจัยนี้ยังสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาการส่งเสริม การตลาด และการขยายตลาดก๊าซชีวภาพ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนอย่างมาก
นอกจากนี้ ยังเหมาะกับอุตสาหกรรมเกษตรกรรมและปศุสัตว์ เนื่องจากงานวิจัยนี้ใช้ของเสียทางการเกษตรเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตก๊าซชีวภาพ จึงสามารถช่วยลดของเสีย ลดมลภาวะ และเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และยังส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญต่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรม
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับเกษตรกร ผู้ประกอบการธุรกิจพลังงานทดแทน และนักวิชาการ หรือผู้ที่ทำงานด้านพลังงานทดแทน เหตุผลคือ
-
เกษตรกร: สามารถนำความรู้และเทคโนโลยีที่ได้จากงานวิจัยนี้ไปใช้ในการผลิตก๊าซชีวภาพจากของเสียทางการเกษตร ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มรายได้ โดยเฉพาะเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ เนื่องจากสามารถนำมูลสัตว์มาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นและมลภาวะจากการเลี้ยงสัตว์
-
ผู้ประกอบการธุรกิจพลังงานทดแทน: สามารถนำนวัตกรรมกระบวนการ ASTACEF ไปปรับใช้ในการผลิตและจำหน่ายก๊าซชีวภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
-
นักวิชาการหรือผู้ที่ทำงานด้านพลังงานทดแทน: สามารถนำงานวิจัยนี้ไปเป็นข้อมูลอ้างอิง หรือต่อยอดในการทำวิจัย พัฒนาเทคโนโลยี หรือพัฒนานโยบายที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการใช้ก๊าซชีวภาพอย่างยั่งยืน
| รหัสโครงการ : | 172559 |
| หัวหน้าโครงการ : | รองศาสตราจารย์ ดร. พิมผกา โพธิลังกา |
| ปีงบประมาณ : | 2565 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1. เพื่อลดค่าใช้จ่ายของเกษตรกรโดยการนำของเสียและวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรมาผลิตก๊าซชีวภาพใช้เป็นพลังงานทดแทนในครัวเรือน 2. เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในเรื่องกลิ่นเหม็นและน้ำเสียในชุมชนที่เกิดจากการทำปศุสัตว์ของเกษตรกรในพื้นที่รับผิดชอบของ อบต.วอแก้ว อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง3. เพื่อให้เกษตรกรที่ร่วมโครงการมีองค์ความรู้ด้านการผลิตก๊าซชีวภาพจากของเสียและวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร4. เพื่อสร้างชุมชนต้นแบบด้านการใช้ก๊าซชีวภาพเป็นพลังงานทดแทน5. เพื่อผลักดันนวัตกรรมกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีการผลิตก๊าซชีวภาพเป็นพลังงานทดแทนในครัวเรือนและฟาร์มปศุสัตว์เป็นนโยบายสาธารณะ |
รองศาสตราจารย์ ดร. พิมผกา โพธิลังกา. (2565). การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตก๊าซชีวภาพ : ต้นแบบการผลิตก๊าซชีวภาพให้เกิดความยั่งยืนเพื่อเป็นพลังงานทดแทนและเข้าถึงได้ง่าย. มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง. ลำปาง.
รองศาสตราจารย์ ดร. พิมผกา โพธิลังกา. 2565. "การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตก๊าซชีวภาพ : ต้นแบบการผลิตก๊าซชีวภาพให้เกิดความยั่งยืนเพื่อเป็นพลังงานทดแทนและเข้าถึงได้ง่าย". มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง. ลำปาง.
รองศาสตราจารย์ ดร. พิมผกา โพธิลังกา. "การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตก๊าซชีวภาพ : ต้นแบบการผลิตก๊าซชีวภาพให้เกิดความยั่งยืนเพื่อเป็นพลังงานทดแทนและเข้าถึงได้ง่าย". มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, 2565. ลำปาง.
รองศาสตราจารย์ ดร. พิมผกา โพธิลังกา. การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตก๊าซชีวภาพ : ต้นแบบการผลิตก๊าซชีวภาพให้เกิดความยั่งยืนเพื่อเป็นพลังงานทดแทนและเข้าถึงได้ง่าย. มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง; 2565. ลำปาง.