การสำรวจและประเมินผลกระทบของแอ่งตะกอนต่อการขยายคลื่นแผ่นดินไหว พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง "การสำรวจและประเมินผลกระทบของแอ่งตะกอนต่อการขยายคลื่นแผ่นดินไหว พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย" นี้ เป็นงานวิจัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางแผนการจัดการภัยพิบัติแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย งานวิจัยนี้ใช้เทคนิคการสำรวจคลื่นขนาดเล็กที่ผิวดินแบบโครงข่าย (Array Microtremor Observation) เพื่อศึกษาคุณสมบัติทางธรณีฟิสิกส์ของชั้นดินในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิเคราะห์ค่าคาบอิทธิพลหลัก (Predominant Period, TP) และค่าความเร็วคลื่นเฉือน (Shear Wave Velocity Profile, VS Profile) ซึ่งเป็นพารามิเตอร์สำคัญที่บ่งชี้ถึงความเสี่ยงต่อการขยายคลื่นแผ่นดินไหว การใช้เทคนิค H/V และ CCA ช่วยให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำและครอบคลุมพื้นที่ศึกษาอย่างกว้างขวาง
จุดเด่นของงานวิจัยนี้อยู่ที่การผสมผสานระหว่างการสำรวจภาคสนามและการวิเคราะห์แบบจำลองเชิงตัวเลข การสำรวจภาคสนาม ณ ตำแหน่งต่างๆ ทั้งในเชียงใหม่และเชียงราย จำนวนมาก ให้ข้อมูลเชิงประจักษ์เกี่ยวกับคุณสมบัติทางธรณีฟิสิกส์ของชั้นดิน ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาใช้ในการสร้างแบบจำลองชั้นดินสำหรับการวิเคราะห์ผลตอบสนองต่อคลื่นแผ่นดินไหว การใช้แบบจำลองนี้ช่วยให้สามารถประเมินระดับความรุนแรงของการสั่นสะเทือนของพื้นดินได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น และสามารถพิจารณาผลกระทบจากรูปร่างของแอ่งตะกอนที่มีต่อการขยายคลื่นแผ่นดินไหวได้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่มักถูกละเลยในงานวิจัยอื่นๆ การศึกษาค่า TP และ VS30 ช่วยให้สามารถประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดทรายเหลวได้อีกด้วย
ผลการวิจัยพบความแตกต่างในค่า TP และความลึกของชั้นหินระหว่างเชียงใหม่และเชียงราย โดยเชียงใหม่มีค่า TP สูงกว่า ซึ่งบ่งชี้ถึงความเสี่ยงต่อการขยายคลื่นแผ่นดินไหวที่แตกต่างกัน การวิเคราะห์แบบจำลองแสดงให้เห็นถึงการขยายคลื่นแผ่นดินไหวสูงสุดถึงประมาณ 1.0g ที่คาบการสั่นประมาณ 0.4 วินาที ในพื้นที่เชียงใหม่ และอัตราการขยายกำลังคลื่นสูงสุดประมาณ 2.4 เท่า ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการออกแบบอาคารและโครงสร้างให้มีความแข็งแรงทนทานต่อแผ่นดินไหว และสามารถนำไปใช้ในการวางแผนการจัดการภัยพิบัติแผ่นดินไหว เช่น การกำหนดเขตพื้นที่เสี่ยงภัย การวางแผนการอพยพ และการจัดเตรียมการช่วยเหลือผู้ประสบภัย นอกจากนี้ข้อมูลความเร็วคลื่นเฉือน (VS30) ยังใช้ในการจัดทำแผนที่เสี่ยงภัยการเกิดทรายเหลวได้อีกด้วย ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์อย่างมากต่อการวางแผนการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน งานวิจัยนี้จึงมีคุณค่าทั้งในเชิงวิชาการและการประยุกต์ใช้จริง
อย่างไรก็ตาม การวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น การศึกษาครอบคลุมเฉพาะพื้นที่เมืองเชียงใหม่และเชียงราย อาจไม่ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหวทั้งหมดในภาคเหนือของประเทศไทย และการศึกษาใช้ข้อมูลแผ่นดินไหวจากผลการประเมินความเสี่ยงภัยเป็นคลื่นเริ่มต้น ซึ่งอาจมีข้อจำกัดบางประการ การศึกษาเพิ่มเติมในพื้นที่อื่นๆ และการใช้ข้อมูลแผ่นดินไหวจริง อาจช่วยเพิ่มความครอบคลุมและความแม่นยำของผลการวิจัยได้ แต่โดยรวมแล้ว งานวิจัยนี้ถือเป็นงานที่มีคุณภาพสูง และมีประโยชน์อย่างมากต่อการลดความเสียหายจากภัยพิบัติแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมด้านวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมธรณีเทคนิค และอุตสาหกรรมประกันภัย เหตุผลคือ:
-
วิศวกรรมโยธา: ข้อมูลเกี่ยวกับระดับความรุนแรงของการสั่นสะเทือนของพื้นดิน ค่า VS30 และการขยายคลื่นแผ่นดินไหว เป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญในการออกแบบและก่อสร้างอาคารและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ให้สามารถต้านทานแผ่นดินไหวได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เสี่ยงภัยสูงเช่นเชียงใหม่และเชียงราย งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงมาตรฐานการออกแบบอาคารให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
-
วิศวกรรมธรณีเทคนิค: ข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติทางธรณีฟิสิกส์ของชั้นดิน เช่น ค่าความเร็วคลื่นเฉือน และความลึกของชั้นหิน เป็นข้อมูลสำคัญในการวิเคราะห์เสถียรภาพของดิน การประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดทรายเหลว และการออกแบบงานฐานราก งานวิจัยนี้จะช่วยให้วิศวกรธรณีเทคนิคสามารถประเมินความเสี่ยงและออกแบบงานฐานรากได้อย่างเหมาะสม ลดความเสียหายจากแผ่นดินไหว
-
อุตสาหกรรมประกันภัย: ข้อมูลเกี่ยวกับระดับความรุนแรงของการสั่นสะเทือนของพื้นดินและความเสี่ยงต่อการเกิดทรายเหลว สามารถนำไปใช้ในการประเมินความเสี่ยงภัยจากแผ่นดินไหว และการกำหนดเบี้ยประกันภัย ช่วยให้อุตสาหกรรมประกันภัยสามารถจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะสมกับผู้เชี่ยวชาญในหลายอาชีพ เช่น วิศวกรโยธา วิศวกรธรณีเทคนิค นักธรณีฟิสิกส์ นักวิทยาศาสตร์ด้านแผ่นดินไหว และนักวางแผนเมือง เหตุผลคือ:
-
วิศวกรโยธา: สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการออกแบบอาคารและโครงสร้างให้มีความปลอดภัยต่อแผ่นดินไหว และการประเมินความเสี่ยงของโครงสร้างที่มีอยู่
-
วิศวกรธรณีเทคนิค: สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการวิเคราะห์เสถียรภาพของดิน การออกแบบงานฐานราก และการประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดทรายเหลว
-
นักธรณีฟิสิกส์: สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการพัฒนาวิธีการสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลธรณีฟิสิกส์ และการสร้างแบบจำลองเชิงตัวเลข
-
นักวิทยาศาสตร์ด้านแผ่นดินไหว: สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการขยายคลื่นแผ่นดินไหว และการประเมินความเสี่ยงภัยจากแผ่นดินไหว
-
นักวางแผนเมือง: สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการวางแผนการพัฒนาเมือง การกำหนดเขตพื้นที่เสี่ยงภัย และการจัดการภัยพิบัติแผ่นดินไหว
| รหัสโครงการ : | 174003 |
| หัวหน้าโครงการ : | ศ.ดร. นคร ภู่วโรดม |
| ปีงบประมาณ : | 2565 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | เพื่อสำรวจคุณสมบัติของชั้นดินจนถึงชั้นที่มีคุณสมบัติคล้ายหินโดยวิธีการสำรวจคลื่นขนาดเล็กที่ผิวดินแบบโครงข่าย (Array Microtremor Observation) ในพื้นที่สำคัญจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการขยายคลื่นแผ่นดินไหวเนื่องจากผลของชั้นดินและประเมินผลกระทบของแอ่งตะกอน และจัดทำแผนที่ระดับความรุนแรงแผ่นดินไหวของพื้นที่ศึกษาที่มีความชัดเจนสำหรับการประกอบการจัดการด้านภัยแผ่นดินไหวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาวิธีการวิเคราะห์ผลตอบสนองของชั้นดินให้สามารถพิจารณาผลกระทบของรูปร่างของแอ่งตะกอนได้อย่างถูกต้อง เพื่อสนับสนุนข้อมูล ระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหวในแต่ละพื้นที่จะใช้เพื่อการประเมินความสูญเสียจากแผ่นดินไหว (Seismic Loss Estimation) สำหรับ “โครงการพัฒนาแบบจำลองเมืองเชียงใหม่และเชียงรายเพื่อประเมินผลกระทบและความเสียหายจากภัยพิบัติแผ่นดินไหว” และข้อมูลความเร็วคลื่นเฉือนจะใช้ในการจัดทำแผนที่เสี่ยงภัยการเกิดทรายเหลว (Liquefaction Hazard Map) สำหรับ “โครงการแผนที่ความเสี่ยงการเกิดเหลวในชั้นทรายเนื่องจากแผ่นดินไหวในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย” |
ศ.ดร. นคร ภู่วโรดม. (2565). การสำรวจและประเมินผลกระทบของแอ่งตะกอนต่อการขยายคลื่นแผ่นดินไหว พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. เชียงราย, เชียงใหม่.
ศ.ดร. นคร ภู่วโรดม. 2565. "การสำรวจและประเมินผลกระทบของแอ่งตะกอนต่อการขยายคลื่นแผ่นดินไหว พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย". มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. เชียงราย, เชียงใหม่.
ศ.ดร. นคร ภู่วโรดม. "การสำรวจและประเมินผลกระทบของแอ่งตะกอนต่อการขยายคลื่นแผ่นดินไหว พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย". มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2565. เชียงราย, เชียงใหม่.
ศ.ดร. นคร ภู่วโรดม. การสำรวจและประเมินผลกระทบของแอ่งตะกอนต่อการขยายคลื่นแผ่นดินไหว พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2565. เชียงราย, เชียงใหม่.