การถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมสู่รูปดิจิทัลพลังอำนาจอ่อน
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง "การถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมสู่รูปดิจิทัล พลังอำนาจอ่อน" มุ่งเน้นการศึกษาและวิเคราะห์ศักยภาพของมรดกทางวัฒนธรรมไทยในการสร้าง "พลังอำนาจอ่อนดิจิทัล" (Digital Soft Power) เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ งานวิจัยชี้ให้เห็นถึงความโดดเด่นของวัฒนธรรมไทย ศิลปะหัตกรรม และเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างพลังอำนาจอ่อนในโลกดิจิทัลได้ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดของประเทศไทยในด้านเทคโนโลยี ทรัพยากรมนุษย์ และเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา Digital Soft Power อย่างเต็มศักยภาพ
งานวิจัยเสนอแนวทางการพัฒนา Digital Soft Power ของไทยอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการพัฒนา 3 ด้านหลัก คือ ด้านบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และการสร้างพลังศรัทธา ด้านบุคลากร งานวิจัยเน้นความจำเป็นในการสร้างและคัดเลือกบุคลากรที่มีคุณภาพ มีความรู้ความเข้าใจ และความสามารถในการนำมรดกทางวัฒนธรรมมาสร้างสรรค์เป็น Digital Content และเผยแพร่ผ่าน Digital Platform อย่างมีประสิทธิภาพ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน งานวิจัยเสนอให้มีการจัดตั้งหน่วยงานหรือกลไกในระดับนโยบายเพื่อดูแลและขับเคลื่อนการพัฒนา Digital Soft Power อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี การสื่อสาร และการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ให้มีความพร้อมรองรับการเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมในรูปแบบดิจิทัล
ด้านการสร้างพลังศรัทธา งานวิจัยเน้นความสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่น และการสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนไทย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ให้เห็นคุณค่าและความสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรม และสามารถนำมาต่อยอดสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ ได้อย่างสร้างสรรค์ งานวิจัยเสนอให้มีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อร่วมกันสร้างและส่งเสริม Digital Soft Power ของไทย รวมถึงการสนับสนุนวิสาหกิจวัฒนธรรม การสร้างพื้นที่ทางวัฒนธรรม และการจัดทำแผนที่ทางวัฒนธรรม เพื่อให้เกิดความร่วมมือและการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง
นอกจากนี้ งานวิจัยยังเสนอแนะเชิงนโยบาย เช่น การจัดทำแผนแม่บทการพัฒนามรดกวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การกำหนดนโยบายการต่างประเทศที่ชัดเจน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศสร้างสรรค์ การสร้างฐานข้อมูลมรดกทางวัฒนธรรม และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เป็นต้น โดยรวมแล้ว งานวิจัยนี้ได้นำเสนอมุมมองที่ครอบคลุม และให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา Digital Soft Power ของประเทศไทย อย่างเป็นระบบ และยั่งยืน ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และการยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลก
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะสมอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมต่อไปนี้:
-
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว: การนำเสนอมรดกทางวัฒนธรรมในรูปแบบดิจิทัล สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้มากขึ้น สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การนำเสนอผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ทำให้เข้าถึงง่าย สะดวก และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
-
อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industries): งานวิจัยนี้สนับสนุนการสร้างสรรค์นวัตกรรม และการต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ และมีมูลค่าเพิ่ม เช่น สินค้าหัตถกรรมดิจิทัล เกม แอนิเมชั่น ภาพยนตร์ หรือแม้แต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ โดยใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมเป็นฐาน
-
อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT): การพัฒนา Digital Soft Power ต้องอาศัยเทคโนโลยี และแพลตฟอร์มดิจิทัล งานวิจัยนี้จะช่วยให้อุตสาหกรรม ICT เข้าใจความต้องการ และร่วมมือในการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อรองรับการเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมในรูปแบบดิจิทัล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
อุตสาหกรรมการศึกษา: งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาหลักสูตร และสื่อการเรียนการสอน เกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรม และการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อส่งเสริมให้เยาวชน ได้เรียนรู้ และรักษามรดกทางวัฒนธรรมของชาติ
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยชิ้นนี้เหมาะกับบุคคลในอาชีพต่อไปนี้:
-
นักวิชาการ/นักวิจัย: งานวิจัยนี้ให้ข้อมูลเชิงลึก และแนวทางการวิจัยเพิ่มเติม สำหรับนักวิชาการ และนักวิจัย ที่สนใจศึกษาเกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรม พลังอำนาจอ่อน และเศรษฐกิจสร้างสรรค์
-
นักวางแผนกลยุทธ์ (Strategist): งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลสำคัญ ในการวางแผนกลยุทธ์ เพื่อการพัฒนา Digital Soft Power ของประเทศ หรือองค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน
-
นักการตลาดดิจิทัล (Digital Marketer): งานวิจัยนี้ช่วยให้เข้าใจ ถึงวิธีการนำเสนอ และการตลาดมรดกทางวัฒนธรรม ผ่านช่องทางดิจิทัล เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
นักออกแบบ (Designer): งานวิจัยนี้สามารถเป็นแรงบันดาลใจ ในการสร้างสรรค์ผลงาน ที่ผสมผสานระหว่างมรดกทางวัฒนธรรม และเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น การออกแบบเกม แอนิเมชั่น หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ
-
ผู้ประกอบการ (Entrepreneur): งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องกับมรดกทางวัฒนธรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เช่น การสร้างธุรกิจ ที่ใช้ประโยชน์จาก Digital Content เกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรม หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการ ที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรม และนวัตกรรม
-
เจ้าหน้าที่รัฐ/ข้าราชการ: โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สามารถนำงานวิจัยนี้ไปใช้ในการกำหนดนโยบาย และวางแผนการพัฒนาประเทศได้
| รหัสโครงการ : | 173320 |
| หัวหน้าโครงการ : | รองศาสตราจารย์ ดร. สุภาภรณ์ เกียรติสิน |
| ปีงบประมาณ : | 2565 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยมหิดล |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | เพื่อศึกษามาตรฐาน ตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องและกรณีศึกษาจากต่างประเทศที่เป็นตัวอย่างที่ดีด้านพลังอำนาจอ่อนดิจิทัล (Digital Soft Power) เพื่อวิเคราะห์ตัวชี้วัดพลังอำนาจอ่อนดิจิทัล (Digital Soft Power Index) ที่เหมาะสมของประเทศไทยและสามารถสร้างเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ เพื่อสร้างสรรค์มรดกทางวัฒนธรรมให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล (Digital Content และเผยแพร่ผ่าน Digital Platform อันเป็นการธำรงรักษามรดกทางวัฒนธรรมของชาติ |
รองศาสตราจารย์ ดร. สุภาภรณ์ เกียรติสิน. (2565). การถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมสู่รูปดิจิทัลพลังอำนาจอ่อน. มหาวิทยาลัยมหิดล. กรุงเทพมหานคร.
รองศาสตราจารย์ ดร. สุภาภรณ์ เกียรติสิน. 2565. "การถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมสู่รูปดิจิทัลพลังอำนาจอ่อน". มหาวิทยาลัยมหิดล. กรุงเทพมหานคร.
รองศาสตราจารย์ ดร. สุภาภรณ์ เกียรติสิน. "การถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมสู่รูปดิจิทัลพลังอำนาจอ่อน". มหาวิทยาลัยมหิดล, 2565. กรุงเทพมหานคร.
รองศาสตราจารย์ ดร. สุภาภรณ์ เกียรติสิน. การถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมสู่รูปดิจิทัลพลังอำนาจอ่อน. มหาวิทยาลัยมหิดล; 2565. กรุงเทพมหานคร.