อ่านอย่างฉลาดรู้ด้วยตรรกวิทยา แก้ปัญหาอย่างไม่สุดโต่งด้วยจริยศาสตร์ ศรัทธาอย่างฉลาดรู้ด้วยศาสนศึกษาเชิงวิชาการ: ทักษะทางปรัชญาเพื่อแก้ปัญหาพื้นฐานของสังคมไทยในศตวรรษที่ 21
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง “อ่านอย่างฉลาดรู้ด้วยตรรกวิทยา แก้ปัญหาอย่างไม่สุดโต่งด้วยจริยศาสตร์ ศรัทธาอย่างฉลาดรู้ด้วยศาสนศึกษาเชิงวิชาการ: ทักษะทางปรัชญาเพื่อแก้ปัญหาพื้นฐานของสังคมไทยในศตวรรษที่ 21” เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพที่มุ่งแก้ปัญหาสังคมไทยโดยใช้กรอบคิดทางปรัชญา แบ่งออกเป็น 3 โครงการย่อย ที่เชื่อมโยงกันอย่างมีระบบ แต่ละโครงการย่อยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะที่สำคัญสำหรับการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ ทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ ทักษะการใช้เหตุผลทางจริยธรรม และความฉลาดรู้ด้านศาสนาในสังคมพหุวัฒนธรรม
โครงการย่อยแรก เน้นการพัฒนาทักษะการอ่าน โดยศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตรรกวิทยาและผลการทดสอบ PISA งานวิจัยนี้ไม่เพียงแต่ศึกษาว่าตรรกวิทยาสำคัญอย่างไรต่อการอ่านเท่านั้น แต่ยังวิเคราะห์จุดเปลี่ยนผ่านของระดับคะแนน PISA เพื่อระบุทักษะการใช้เหตุผลที่จำเป็นต่อการยกระดับความสามารถด้านการอ่าน การวิเคราะห์ตัวอย่างข้อสอบ PISA 2018 ช่วยให้เข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างทักษะการใช้เหตุผลเชิงตรรกวิทยากับการประเมินความฉลาดรู้ด้านการอ่านได้อย่างชัดเจน นี่เป็นการนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาการอ่านของนักเรียนไทยอย่างตรงจุด โดยอาศัยข้อมูลเชิงประจักษ์จากผลการทดสอบมาตรฐานระดับนานาชาติ
โครงการย่อยที่สอง มุ่งแก้ปัญหาความเป็นขั้วของสังคมไทยด้วยการศึกษาจริยศาสตร์ งานวิจัยนี้วิเคราะห์สาเหตุของความเป็นขั้ว ซึ่งไม่ใช่แค่ความแตกต่างทางความคิด แต่รวมถึงปัจจัยทางจิตวิทยาสังคม เช่น เจตคติ การขาดทักษะ และอคติในการใช้เหตุผล เช่น อคติแบบยืนยันหลักฐาน (confirmation bias) งานวิจัยนี้ได้ระบุรูปแบบการใช้เหตุผลทางจริยธรรมที่เหมาะสม โดยอาศัยทฤษฎีจริยศาสตร์พันธสัญญา ซึ่งเน้นการสร้างดุลยภาพเชิงพินิจพิเคราะห์ เพื่อให้เกิดการกระทำที่สามารถให้เหตุผลสนับสนุนได้ และสามารถนำไปใช้แก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ การนำเสนอรูปแบบการใช้เหตุผลทางจริยธรรมแบบนี้ จะเป็นแนวทางที่สร้างสันติภาพและการอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างแท้จริง
โครงการย่อยที่สาม ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความฉลาดรู้ด้านศาสนา การสอนศาสนา และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 งานวิจัยนี้วิเคราะห์แนวคิดเรื่องความฉลาดรู้ด้านศาสนาจากนักวิชาการชั้นนำ เช่น แอนดรูว์ ไรท์ และผสานเข้ากับกรอบ ATC21S เพื่อแสดงให้เห็นว่าการสอนศาสนาที่สร้างสมดุลระหว่างการเรียนรู้เกี่ยวกับศาสนาและการเรียนรู้จากศาสนา สามารถพัฒนาความฉลาดรู้ด้านศาสนา และส่งเสริมทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 เช่น การคิดเชิงวิพากษ์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร และความเป็นพลเมืองที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมพหุศาสนา การวิจัยนี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการบูรณาการศาสนาเข้ากับการพัฒนาทักษะชีวิต เพื่อสร้างพลเมืองที่ดีในสังคมไทย
งานวิจัยนี้มีความครอบคลุม มีการใช้ทั้งข้อมูลเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ และมีความเชื่อมโยงระหว่างโครงการย่อย ซึ่งทำให้เกิดการวิเคราะห์ปัญหาสังคมได้อย่างรอบด้าน และเสนอแนวทางการแก้ไขที่เป็นรูปธรรม เหมาะสมกับบริบทสังคมไทยในศตวรรษที่ 21
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถาบันการศึกษาขั้นพื้นฐานและอุดมศึกษา เนื่องจากงานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะสำคัญสำหรับนักเรียนและนักศึกษา เช่น ทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ ทักษะการใช้เหตุผลทางจริยธรรม และความฉลาดรู้ด้านศาสนา ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงหลักสูตร การสอน และการประเมินผล เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคมในศตวรรษที่ 21 นอกจากนี้ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบุคลากร เช่น อุตสาหกรรมการฝึกอบรม และการพัฒนาองค์กร ก็สามารถนำผลการวิจัยนี้ไปปรับใช้ในการออกแบบหลักสูตรฝึกอบรม เพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะที่จำเป็นในการทำงานและการใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบันได้
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ประกอบอาชีพในหลากหลายสาขา อาทิ ครู อาจารย์ นักการศึกษา นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ นักวิชาการด้านปรัชญา จริยธรรม และศาสนา ผู้ที่ทำงานด้านการวางแผนและพัฒนาหลักสูตร รวมถึงผู้ที่ทำงานด้านการวิจัยและพัฒนา เนื่องจากงานวิจัยนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะสำคัญ และการแก้ปัญหาสังคม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการทำงานของผู้เชี่ยวชาญในสาขาเหล่านี้ ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้ในการออกแบบหลักสูตรฝึกอบรม การพัฒนาเครื่องมือประเมินผล และการวางแผนกลยุทธ์การพัฒนาบุคลากร เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานมีทักษะและความรู้ที่จำเป็นในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถรับมือกับความท้าทายในสังคมปัจจุบันได้
| รหัสโครงการ : | 174884 |
| หัวหน้าโครงการ : | ดร. ปิยฤดี ไชยพร |
| ปีงบประมาณ : | 2565 |
| หน่วยงาน : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านมนุษย์ศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | แผนงาน หรือชุดโครงการ |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | การสร้างองค์ความรู้ใหม่เกี่ยวกับการใช้หลักการใช้เหตุผลเชิงตรรกะเพื่อยกระดับความฉลาดรู้ด้านการอ่านของนักเรียนไทยตามกรอบการทดสอบของ PISA, การกำหนดรูปแบบการใช้เหตุผลทางจริยธรรมที่สามารถบรรเทาการเพิ่มความเป็นขั้วของกลุ่มทางสังคม และการสังเคราะห์แนวคิดเรื่องความฉลาดรู้ด้านศาสนาที่สามารถใช้สร้างเสริมจิตสำนึกความเป็นพลเมืองที่ดีในบริบทพหุศาสนาของสังคมและโลกในปัจจุบัน การสร้างการตระหนักรู้และส่งเสริมการใช้หลักการใช้เหตุผลเชิงตรรกะเพื่อยกระดับความฉลาดรู้ด้านการอ่านของนักเรียนไทยฯ, การนำรูปแบบการใช้เหตุผลทางจริยธรรมที่สามารถบรรเทาการเพิ่มความเป็นขั้วของกลุ่มทางสังคมมาใช้เป็นเกณฑ์ประเมินผลสัมฤทธิ์การศึกษาวิชาจริยศาสตร์ และการนำแนวคิดเรื่องความฉลาดรู้ด้านศาสนามาใช้บูรณาการเพื่อเสริมและเกื้อหนุนกันกับทักษะต่างๆ สำหรับศตวรรษที่ 21 การมีข้อเสนอทางนโยบายที่ปฏิบัติได้สำหรับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับความฉลาดรู้ด้านการอ่าน การใช้เหตุผลทางจริยธรรมและความฉลาดรู้ด้านศาสนา อาทิ ภาคส่วนการมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา |
ดร. ปิยฤดี ไชยพร. (2565). อ่านอย่างฉลาดรู้ด้วยตรรกวิทยา แก้ปัญหาอย่างไม่สุดโต่งด้วยจริยศาสตร์ ศรัทธาอย่างฉลาดรู้ด้วยศาสนศึกษาเชิงวิชาการ: ทักษะทางปรัชญาเพื่อแก้ปัญหาพื้นฐานของสังคมไทยในศตวรรษที่ 21. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร.
ดร. ปิยฤดี ไชยพร. 2565. "อ่านอย่างฉลาดรู้ด้วยตรรกวิทยา แก้ปัญหาอย่างไม่สุดโต่งด้วยจริยศาสตร์ ศรัทธาอย่างฉลาดรู้ด้วยศาสนศึกษาเชิงวิชาการ: ทักษะทางปรัชญาเพื่อแก้ปัญหาพื้นฐานของสังคมไทยในศตวรรษที่ 21". จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร.
ดร. ปิยฤดี ไชยพร. "อ่านอย่างฉลาดรู้ด้วยตรรกวิทยา แก้ปัญหาอย่างไม่สุดโต่งด้วยจริยศาสตร์ ศรัทธาอย่างฉลาดรู้ด้วยศาสนศึกษาเชิงวิชาการ: ทักษะทางปรัชญาเพื่อแก้ปัญหาพื้นฐานของสังคมไทยในศตวรรษที่ 21". จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2565. กรุงเทพมหานคร.
ดร. ปิยฤดี ไชยพร. อ่านอย่างฉลาดรู้ด้วยตรรกวิทยา แก้ปัญหาอย่างไม่สุดโต่งด้วยจริยศาสตร์ ศรัทธาอย่างฉลาดรู้ด้วยศาสนศึกษาเชิงวิชาการ: ทักษะทางปรัชญาเพื่อแก้ปัญหาพื้นฐานของสังคมไทยในศตวรรษที่ 21. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2565. กรุงเทพมหานคร.