การขยายผลธนาคารปูม้าชุมชนเพื่อสร้างความต่อเนื่องและความยั่งยืนในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคกลางและภาคตะวันออก
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง “การขยายผลธนาคารปูม้าชุมชนเพื่อสร้างความต่อเนื่องและความยั่งยืนในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคกลางและภาคตะวันออก” มุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืนของชุมชนที่เกี่ยวข้องกับการทำประมงปูม้า โดยใช้กลไก “ธนาคารปูม้าชุมชน” เป็นเครื่องมือหลัก งานวิจัยนี้ครอบคลุมมิติต่างๆ อย่างครบถ้วน ตั้งแต่การอนุรักษ์ทรัพยากรปูม้า การสร้างรายได้ให้กับชุมชน การสร้างความรู้ความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของเยาวชน และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลิตภัณฑ์ปูม้า
จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการบูรณาการแนวคิดต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาใช้โดยการนำเปลือกปูม้ามาแปรรูปเป็นไคโตซาน ซึ่งเป็นการลดขยะและเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ นอกจากนี้ยังมีการผสมผสานแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในบริบทของการพัฒนาที่ยั่งยืนในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น ตัวเลขผลผลิตลูกปูที่ปล่อยลงทะเลนั้นแม้ดูสูงมาก แต่การประเมินผลกระทบต่อจำนวนประชากรปูม้าในระยะยาวจำเป็นต้องมีการติดตามและวิเคราะห์อย่างต่อเนื่อง การขยายผลไปยังธนาคารปูม้าอื่นๆ อาจพบกับอุปสรรคและความท้าทายที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ การจัดการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ และการสร้างกลไกการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างยั่งยืน เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ นอกจากนี้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปูม้านั้น ควรมีการศึกษาตลาดและความต้องการของผู้บริโภคอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์มีความสามารถในการแข่งขันและสามารถสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับชุมชน
แม้จะมีข้อจำกัดบางประการ งานวิจัยนี้ก็ยังถือว่ามีความสำคัญและมีประโยชน์อย่างมาก การศึกษาอย่างละเอียดเกี่ยวกับการสร้างและขยายผลธนาคารปูม้า การสร้างความร่วมมือ และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรท้องถิ่น สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชุมชนอื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันได้ การศึกษาต่อยอดเรื่องการใช้ประโยชน์จากไคโตซาน ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่น่าสนใจและมีศักยภาพในการพัฒนาต่อยอดในเชิงอุตสาหกรรมได้อย่างมากมาย การศึกษาควรทำอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์และครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการวิเคราะห์ผลกระทบในระยะยาว การปรับปรุงกลไกการมีส่วนร่วมของชุมชน และการสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับชุมชนอย่างแท้จริง
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารทะเล อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และอุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ
- อุตสาหกรรมอาหารทะเล: งานวิจัยนี้ส่งเสริมการผลิตปูม้าอย่างยั่งยืน การพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น ครีมซุปปู และการสร้างแบรนด์สินค้าจากชุมชน สามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าประมง
- อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์: การพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชุมชนเชิงอนุรักษ์ ช่วยสร้างรายได้เสริมให้กับชุมชน และส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรปูม้าไปพร้อมๆ กัน
- อุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ (Bio-based Industry): การแปรรูปเปลือกปูม้าเป็นไคโตซาน เป็นตัวอย่างของการนำวัสดุเหลือใช้มาสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นที่สนใจของอุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ ไคโตซานสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เช่น ในอุตสาหกรรมเกษตรกรรม การแพทย์ และการผลิตวัสดุต่างๆ
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคลากรในหลายอาชีพ เช่น นักวิจัย นักวิชาการ เจ้าหน้าที่ของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการประมง เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารทะเล และมัคคุเทศก์
- นักวิจัยและนักวิชาการ: สามารถนำงานวิจัยนี้ไปศึกษาต่อยอด เพื่อพัฒนาเทคนิคการอนุรักษ์ทรัพยากรปูม้า การแปรรูปผลิตภัณฑ์ และการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ
- เจ้าหน้าที่ของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการประมงและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น: สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการวางแผนและบริหารจัดการทรัพยากรปูม้า การสนับสนุนชุมชน และการกำหนดนโยบายที่เอื้อต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
- ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารทะเล: สามารถนำไปปรับใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ และการขยายตลาด
- มัคคุเทศก์: สามารถนำไปใช้ในการออกแบบโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับนักท่องเที่ยว
| รหัสโครงการ : | 174787 |
| หัวหน้าโครงการ : | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นิลนาจ ชัยธนาวิสุทธิ์ |
| ปีงบประมาณ : | 2565 |
| หน่วยงาน : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 3.1 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมของธนาคารปูม้าในเครือข่ายวช. เดิม และธนาคารใหม่ทดแทนธนาคารเดิมในพื้นที่ชายฝั่งภาคกลาง (จังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม) และภาคตะวันออก (จังหวัดชลบุรีและระยอง) ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิผล ต่อเนื่อง และยั่งยืน3.2 เพื่อให้ธนาคารปูม้าชุมชนเป็นแหล่งถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรม รวมถึงการปลูกฝังสำนึกและสร้างการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรปูม้าแก่เยาวชนระดับนักเรียนและนักศึกษา3.3 เพื่อให้ธนาคารปูม้าชุมชนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ในการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชนเชิงอนุรักษ์แก่นักท่องเที่ยวทั้งในและนอกพื้นที่3.4 เพื่อให้ธนาคารปูม้าชุมชนเป็นแหล่งกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (cooperative social responsibility: CSR) แก่หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ บริษัท/โรงงานในพื้นที่ชายทะเลภาคกลางและตะวันออก3.5 เพื่อพัฒนาชุมชนธนาคารปูม้าที่มีศักยภาพในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ปูม้าที่มีอัตลักษณ์ในพื้นที่ |
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นิลนาจ ชัยธนาวิสุทธิ์. (2565). การขยายผลธนาคารปูม้าชุมชนเพื่อสร้างความต่อเนื่องและความยั่งยืนในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคกลางและภาคตะวันออก. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ชลบุรี, ระยอง, สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร.
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นิลนาจ ชัยธนาวิสุทธิ์. 2565. "การขยายผลธนาคารปูม้าชุมชนเพื่อสร้างความต่อเนื่องและความยั่งยืนในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคกลางและภาคตะวันออก". จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ชลบุรี, ระยอง, สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร.
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นิลนาจ ชัยธนาวิสุทธิ์. "การขยายผลธนาคารปูม้าชุมชนเพื่อสร้างความต่อเนื่องและความยั่งยืนในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคกลางและภาคตะวันออก". จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2565. ชลบุรี, ระยอง, สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร.
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นิลนาจ ชัยธนาวิสุทธิ์. การขยายผลธนาคารปูม้าชุมชนเพื่อสร้างความต่อเนื่องและความยั่งยืนในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคกลางและภาคตะวันออก. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2565. ชลบุรี, ระยอง, สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร.