การนำร่องและต่อยอดนวัตกรรมพร้อมใช้งาน : รถเข็นคนพิการแบบปรับยืนโดยไม่ใช้ไฟฟ้า
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง "การนำร่องและต่อยอดนวัตกรรมพร้อมใช้งาน : รถเข็นคนพิการแบบปรับยืนโดยไม่ใช้ไฟฟ้า" นี้เป็นงานวิจัยเชิงประยุกต์ที่มุ่งเน้นการนำนวัตกรรมรถเข็นคนพิการแบบปรับยืนได้โดยไม่ใช้ไฟฟ้า ซึ่งอยู่ในระดับความพร้อมทางเทคโนโลยี (TRL) ระดับ 7 มาทดสอบใช้งานจริงในกลุ่มเป้าหมาย คือผู้พิการและผู้ป่วยที่มีความต้องการใช้รถเข็น งานวิจัยนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการ เนื่องจากรถเข็นชนิดนี้มีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถปรับเปลี่ยนท่าทางจากนั่งเป็นยืนได้ โดยอาศัยแรงจากผู้ใช้เองหรือผู้ดูแล ซึ่งแตกต่างจากรถเข็นทั่วไปที่ใช้งานได้เพียงท่าเดียว การปรับเปลี่ยนท่าทางนี้มีประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพของผู้ใช้ ช่วยลดปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการนั่งรถเข็นเป็นเวลานาน เช่น ปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ และช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการทำกิจกรรมต่างๆ
จุดเด่นของงานวิจัยนี้ คือ การนำนวัตกรรมที่พัฒนาโดยศูนย์ความเป็นเลิศด้านการออกแบบและพัฒนาต้นแบบทางวิศวกรรมอย่างสร้างสรรค์ แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาทดสอบใช้งานจริง โดยความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอย่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติและกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ทำให้การวิจัยมีการควบคุมคุณภาพและความน่าเชื่อถือสูง การศึกษาตัวอย่างจำนวน 24 คันใน 9 หน่วยงานสังกัดกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ รวมถึงการศึกษาเพิ่มเติมในกลุ่มผู้ใช้ที่บ้านอีก 20 ราย ทำให้ได้ข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ค่อนข้างครอบคลุม ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าการใช้รถเข็นปรับยืนในระยะยาวส่งผลดีต่อสุขภาพผู้ใช้ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีการบาดเจ็บของไขสันหลังและผู้ป่วยสมองพิการ ช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนและสามารถใช้ร่วมกับการฟื้นฟูสมรรถภาพได้ ยิ่งไปกว่านั้น ความพึงพอใจของผู้ใช้ ญาติ และผู้ดูแลอยู่ในระดับสูง
แม้ว่าการระบาดของ COVID-19 จะเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการตามแผน แต่ผลลัพธ์เบื้องต้นที่ได้จากการศึกษาก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและประโยชน์ของนวัตกรรมนี้ได้อย่างชัดเจน งานวิจัยนี้ยังเปิดโอกาสให้มีการพัฒนาต่อยอดในอนาคต เช่น การปรับปรุงดีไซน์ให้มีความสะดวกสบายและใช้งานง่ายยิ่งขึ้น การพัฒนาเทคโนโลยีเสริมอื่นๆ เช่น ระบบตรวจสอบสุขภาพ หรือการเชื่อมต่อกับระบบ telehealth เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผู้ป่วย นอกจากนี้ การศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดจากการนำนวัตกรรมนี้ไปใช้ในวงกว้าง ก็เป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจที่จะทำการวิจัยต่อยอด งานวิจัยชิ้นนี้จึงถือเป็นงานวิจัยที่มีคุณค่าและมีศักยภาพที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อกลุ่มผู้พิการและผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะสมอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมอุปกรณ์การแพทย์ อุปกรณ์ช่วยเหลือผู้สูงอายุ และอุตสาหกรรมการออกแบบและผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อผู้พิการ เหตุผลประกอบด้วย:
-
อุตสาหกรรมอุปกรณ์การแพทย์: รถเข็นปรับยืนเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วยและผู้พิการ การวิจัยนี้สามารถนำไปสู่การพัฒนาและผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ชนิดนี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีการออกแบบที่เหมาะสมกับสรีระของผู้ใช้ และมีราคาที่เข้าถึงได้ ซึ่งจะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับอุตสาหกรรมนี้
-
อุตสาหกรรมอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้สูงอายุ: ประชากรสูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้ความต้องการอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเช่นกัน รถเข็นปรับยืนสามารถตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถเคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการล้ม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การวิจัยนี้จะช่วยให้อุตสาหกรรมนี้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากยิ่งขึ้น
-
อุตสาหกรรมการออกแบบและผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อผู้พิการ: การวิจัยนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อผู้พิการที่เน้นความต้องการของผู้ใช้เป็นหลัก การวิจัยนี้สามารถนำไปใช้เป็นแบบอย่างในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อช่วยเหลือผู้พิการให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถมีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างเต็มที่
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะสมกับอาชีพต่างๆ มากมาย อาทิ วิศวกรการแพทย์ นักออกแบบผลิตภัณฑ์ นักกายภาพบำบัด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู นักวิจัย และผู้ประกอบการธุรกิจอุปกรณ์การแพทย์ เหตุผลประกอบด้วย:
-
วิศวกรการแพทย์: สามารถนำความรู้จากงานวิจัยนี้ไปพัฒนาและปรับปรุงการออกแบบรถเข็นปรับยืนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แข็งแรงทนทาน และใช้งานง่าย
-
นักออกแบบผลิตภัณฑ์: สามารถนำความรู้ด้านการออกแบบและความต้องการของผู้ใช้จากงานวิจัยนี้ไปออกแบบผลิตภัณฑ์ช่วยเหลือผู้พิการอื่นๆ ให้มีความสวยงาม ใช้งานง่าย และตรงกับความต้องการของผู้ใช้
-
นักกายภาพบำบัด: สามารถนำรถเข็นปรับยืนไปใช้ในการบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
-
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู: สามารถใช้ข้อมูลจากงานวิจัยนี้ในการวางแผนการรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
นักวิจัย: สามารถนำงานวิจัยนี้ไปเป็นพื้นฐานในการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับนวัตกรรมด้านอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการต่อไป
-
ผู้ประกอบการธุรกิจอุปกรณ์การแพทย์: สามารถนำผลงานวิจัยนี้ไปต่อยอดทางธุรกิจ โดยการผลิตและจำหน่ายรถเข็นปรับยืนหรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
| รหัสโครงการ : | 47068 |
| หัวหน้าโครงการ : | ผศ.ดร. บรรยงค์ รุ่งเรืองด้วยบุญ |
| ปีงบประมาณ : | 2563 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1) เพื่อนำร่องการทดลองใช้งานวัตกรรมที่อยู่ในระดับพร้อมใช้งาน (อย่างน้อยระดับ TRL 7)2) เพื่อประเมินผลการใช้งานของนวัตกรรม ทั้งในแง่ของตัวนวัตกรรมและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากใช้ นวัตกรรม |
ผศ.ดร. บรรยงค์ รุ่งเรืองด้วยบุญ. (2563). การนำร่องและต่อยอดนวัตกรรมพร้อมใช้งาน : รถเข็นคนพิการแบบปรับยืนโดยไม่ใช้ไฟฟ้า. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. กรุงเทพมหานคร.
ผศ.ดร. บรรยงค์ รุ่งเรืองด้วยบุญ. 2563. "การนำร่องและต่อยอดนวัตกรรมพร้อมใช้งาน : รถเข็นคนพิการแบบปรับยืนโดยไม่ใช้ไฟฟ้า". มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. กรุงเทพมหานคร.
ผศ.ดร. บรรยงค์ รุ่งเรืองด้วยบุญ. "การนำร่องและต่อยอดนวัตกรรมพร้อมใช้งาน : รถเข็นคนพิการแบบปรับยืนโดยไม่ใช้ไฟฟ้า". มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2563. กรุงเทพมหานคร.
ผศ.ดร. บรรยงค์ รุ่งเรืองด้วยบุญ. การนำร่องและต่อยอดนวัตกรรมพร้อมใช้งาน : รถเข็นคนพิการแบบปรับยืนโดยไม่ใช้ไฟฟ้า. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2563. กรุงเทพมหานคร.