นวัตกรรมการออกแบบระบบห้องและการปรับอากาศความดันลบสำหรับการกักตัวผู้ติดเชื้อ COVID-19 และโมเดลคอมพิวเตอร์ที่สามารถจำลองการเคลื่อนที่ของ droplets
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้มุ่งพัฒนานวัตกรรมการออกแบบระบบห้องและการปรับอากาศความดันลบสำหรับการกักตัวผู้ติดเชื้อ COVID-19 โดยผสมผสานการออกแบบทางวิศวกรรมกลและการจำลองแบบคอมพิวเตอร์เชิงอนุภาค เพื่อให้ได้ระบบที่มีประสิทธิภาพสูงและได้มาตรฐานสากล สามารถนำไปใช้จริงในโรงพยาบาลหรือสถานที่กักตัวชั่วคราวได้ จุดเด่นของงานวิจัยนี้อยู่ที่การนำโมเดลคอมพิวเตอร์มาใช้จำลองการเคลื่อนที่ของ droplets (อนุภาคละอองของเหลวที่อาจมีเชื้อโรคปนเปื้อน) ภายในห้องกักตัว ซึ่งช่วยให้สามารถวิเคราะห์และออกแบบระบบปรับอากาศได้อย่างแม่นยำ โดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ เช่น ความดันลบในห้อง ความชื้นสัมพัทธ์ ขนาดของอนุภาค ขนาดห้อง และตำแหน่งของผู้ป่วย การจำลองแบบนี้ช่วยลดความเสี่ยงในการออกแบบและสร้างระบบที่ไม่สามารถควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ได้ระบบที่มีความปลอดภัยสูง ลดโอกาสการติดเชื้อในบุคลากรทางการแพทย์และผู้เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ งานวิจัยนี้ยังเน้นการศึกษาเชิงลึกถึงลักษณะการเคลื่อนที่ของอนุภาคเชื้อโรค ซึ่งเป็นองค์ความรู้พื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การออกแบบระบบควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรคในสถานการณ์อื่นๆ ได้ ไม่จำกัดเฉพาะ COVID-19 การวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ เช่น ความดันลบ ความชื้น และขนาดอนุภาค จะช่วยให้สามารถปรับแต่งระบบให้เหมาะสมกับสถานการณ์และสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน และช่วยสร้างความเข้าใจเชิงลึกในกลไกการแพร่กระจายของเชื้อโรคทางเดินหายใจ ซึ่งมีประโยชน์ต่อการพัฒนานวัตกรรมด้านสาธารณสุขในอนาคต
งานวิจัยนี้มีลักษณะครบวงจร ตั้งแต่การศึกษาเชิงทฤษฎี การออกแบบระบบ การจำลองแบบคอมพิวเตอร์ จนถึงการนำไปใช้งานจริง ซึ่งจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมีส่วนร่วมของนักวิชาการและผู้ปฏิบัติงานหลากหลายสาขา จะช่วยให้การวิจัยนี้ครอบคลุมมิติต่างๆ ทั้งเชิงวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และการใช้งานจริง การพัฒนานวัตกรรมนี้ยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาเทคโนโลยีของคนไทย และสามารถนำไปขยายผลเพื่อใช้ประโยชน์ให้กับสังคมอย่างยั่งยืน การสร้างห้องและระบบปรับอากาศความดันลบที่มีประสิทธิภาพสูง จะช่วยเสริมสร้างระบบสาธารณสุขของประเทศให้เข้มแข็ง และเตรียมความพร้อมในการรับมือกับโรคระบาดในอนาคต งานวิจัยนี้จึงมีความสำคัญและมีศักยภาพสูงในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับหลายอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรคและการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:
-
อุตสาหกรรมการแพทย์: โรงพยาบาล คลินิก และศูนย์การแพทย์ สามารถนำระบบห้องและการปรับอากาศความดันลบที่พัฒนาขึ้นไปใช้ในการกักตัวผู้ป่วยติดเชื้อ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค และเพิ่มความปลอดภัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และผู้ป่วยรายอื่นๆ
-
อุตสาหกรรมการก่อสร้าง: บริษัทรับเหมาก่อสร้างสามารถนำผลงานวิจัยนี้ไปใช้ในการออกแบบและก่อสร้างห้องหรืออาคารที่มีระบบควบคุมอากาศความดันลบ เพื่อรองรับความต้องการของสถานพยาบาลหรือศูนย์ควบคุมโรคระบาด
-
อุตสาหกรรมวิศวกรรม: บริษัทที่ให้บริการด้านวิศวกรรม เช่น ด้านระบบปรับอากาศและเครื่องกล สามารถนำผลงานวิจัยไปพัฒนาและปรับปรุงระบบปรับอากาศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และนำไปใช้ในหลากหลายสถานที่
-
อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ: บริษัทที่พัฒนาซอฟต์แวร์และโมเดลจำลองการเคลื่อนที่ของอนุภาค สามารถนำผลการวิจัยไปพัฒนาและปรับปรุงโมเดลคอมพิวเตอร์ให้มีความแม่นยำมากขึ้น เพื่อใช้ในการออกแบบระบบปรับอากาศและการควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรคในอนาคต
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคคลากรในหลายอาชีพ ที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ การก่อสร้าง การบำรุงรักษา และการใช้งานระบบปรับอากาศ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข อาทิ:
-
วิศวกรเครื่องกล: สามารถนำความรู้จากงานวิจัยไปออกแบบและพัฒนาระบบปรับอากาศความดันลบให้มีประสิทธิภาพ และสามารถประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ต่างๆ
-
วิศวกรโยธา: มีส่วนร่วมในการออกแบบและก่อสร้างอาคารหรือห้องที่มีระบบปรับอากาศความดันลบ โดยคำนึงถึงโครงสร้างและความปลอดภัย
-
นักวิทยาศาสตร์ด้านสาธารณสุข: สามารถนำความรู้จากงานวิจัยไปวิเคราะห์และประเมินประสิทธิภาพของระบบ และให้คำแนะนำในการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค
-
แพทย์และพยาบาล: สามารถใช้ประโยชน์จากระบบห้องความดันลบในการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อ และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
-
นักวิจัยด้านการจำลองแบบคอมพิวเตอร์: สามารถพัฒนาและปรับปรุงโมเดลคอมพิวเตอร์ เพื่อให้มีความแม่นยำและสามารถใช้ในการออกแบบระบบปรับอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
| รหัสโครงการ : | 38644 |
| หัวหน้าโครงการ : | ศ.ดร. ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช |
| ปีงบประมาณ : | 2563 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1. ได้มาซึ่งนวัตกรรมการออกแบบระบบห้องและการปรับอากาศความดันลบสำหรับการกักตัวผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่ผสมผสานทั้งการออกแบบทางกลและโมเดลคอมพิวเตอร์ระดับเชิงอนุภาคที่สามารถจำลองการเคลื่อนที่ของ อนุภาคปนเปื้อนเชื้อโรค หรือ droplets ภายในห้องควบคุมนี้ได้ 2. ได้ระบบห้องและการปรับอากาศความดันลบสำหรับการกักตัวผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่มีประสิทธิภาพสูงและได้มาตรฐานสากล และสามารถนำไปใช้จริงในโรงพยาบาล หรือสถานที่ชั่วคราวในภาวะวิกฤติได้ 3. ในเชิงวิชาการ ผลลัพธ์จากงานวิจัยเชิงลึกในโครงการนี้ จะก่อให้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในปรากฎการณ์พื้นฐาน อาทิลักษณะการเคลื่อนที่ของอนุภาคปนเปื้อนเชื้อโรคที่เกิดจากการหายใจ, ไอและจามของผู้ที่ติดเชื้อ(เช่น COVID-19 )ภายในห้องกักตัวผู้ป่วย ภายใต้การเปลี่ยนแปลงตัวแปรต่างๆที่สำคัญเช่น สภาวะความดันลบ, ความชื้นสัมพัทธ์, ขนาดของอนุภาค, ขนาดของห้องที่แตกต่างกัน และตำแหน่งของผู้ป่วย เป็นต้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถใช้แนวทางการออกแบบ ระบบห้องและการปรับอากาศความดันลบ หรือระบบอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ |
ศ.ดร. ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช. (2563). นวัตกรรมการออกแบบระบบห้องและการปรับอากาศความดันลบสำหรับการกักตัวผู้ติดเชื้อ COVID-19 และโมเดลคอมพิวเตอร์ที่สามารถจำลองการเคลื่อนที่ของ droplets. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. ปทุมธานี.
ศ.ดร. ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช. 2563. "นวัตกรรมการออกแบบระบบห้องและการปรับอากาศความดันลบสำหรับการกักตัวผู้ติดเชื้อ COVID-19 และโมเดลคอมพิวเตอร์ที่สามารถจำลองการเคลื่อนที่ของ droplets". มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. ปทุมธานี.
ศ.ดร. ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช. "นวัตกรรมการออกแบบระบบห้องและการปรับอากาศความดันลบสำหรับการกักตัวผู้ติดเชื้อ COVID-19 และโมเดลคอมพิวเตอร์ที่สามารถจำลองการเคลื่อนที่ของ droplets". มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2563. ปทุมธานี.
ศ.ดร. ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช. นวัตกรรมการออกแบบระบบห้องและการปรับอากาศความดันลบสำหรับการกักตัวผู้ติดเชื้อ COVID-19 และโมเดลคอมพิวเตอร์ที่สามารถจำลองการเคลื่อนที่ของ droplets. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2563. ปทุมธานี.