การพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวพริกกรอบ
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวพริกกรอบ โดยครอบคลุมกระบวนการวิจัยอย่างละเอียดตั้งแต่การค้นหาสูตรที่เหมาะสมไปจนถึงการวิเคราะห์คุณภาพและการตลาด ความโดดเด่นของงานวิจัยอยู่ที่การศึกษาตัวแปรต่างๆ ที่ส่งผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์อย่างเป็นระบบ เริ่มจากการทดลองสูตรผสมแป้ง 3 ชนิด (แป้งสาลี, แป้งมันสำปะหลัง, แป้งข้าวเจ้า) โดยกำหนดช่วงอัตราส่วนที่แตกต่างกันเพื่อหาสูตรที่ดีที่สุด การเลือกใช้น้ำมันทอด 3 ชนิด (น้ำมันถั่วเหลือง, น้ำมันรำข้าว, น้ำมันเมล็ดทานตะวัน) และการควบคุมอุณหภูมิในการทอด 3 ระดับ (180, 190, 200 องศาเซลเซียส) แสดงให้เห็นถึงความรอบคอบในการออกแบบการทดลอง
ผลการวิจัยพบว่าสูตรที่เหมาะสมที่สุดประกอบด้วยแป้งสาลี 50% และแป้งข้าวเจ้า 50% ทอดด้วยน้ำมันรำข้าวที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีคุณสมบัติทางกายภาพที่น่าพอใจ มีค่าความแข็ง ค่าสี และความชุ่มชื้นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์คุณภาพทางเคมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวัดค่าฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระ (DPPH และ FRAP) ปริมาณสารประกอบฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์ ซึ่งบ่งชี้ถึงคุณค่าทางโภชนาการและคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ การวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการ รวมถึงปริมาณความชื้น ไขมัน โปรตีน เถ้า ใยอาหาร และคาร์โบไฮเดรต ก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจองค์ประกอบทางโภชนาการของผลิตภัณฑ์อย่างครบถ้วน
งานวิจัยยังให้ความสำคัญกับการประเมินทางประสาทสัมผัสจากผู้บริโภคจำนวน 50 คน ซึ่งช่วยยืนยันว่าผลิตภัณฑ์เป็นที่ยอมรับและมีรสชาติถูกปาก การศึกษาอายุการเก็บรักษาโดยการใช้แบบจำลองทางสถิติช่วยคาดการณ์อายุการเก็บรักษาได้อย่างแม่นยำ และพบว่าผลิตภัณฑ์สามารถเก็บรักษาได้อย่างน้อย 5 เดือน การตรวจสอบคุณภาพด้านจุลชีววิทยาเพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ปลอดภัยและเป็นไปตามมาตรฐาน แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในด้านความปลอดภัยของผู้บริโภค
สุดท้าย การมุ่งเน้นการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ต้นแบบ การวางแผนช่องทางการตลาด และการใช้ตราสัญลักษณ์ Innovative House สะท้อนถึงความตั้งใจที่จะนำผลงานวิจัยไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้จริง งานวิจัยนี้จึงมีความสมบูรณ์ ครอบคลุมทุกขั้นตอน และมีศักยภาพสูงในการนำไปต่อยอดในเชิงธุรกิจ การที่งานวิจัยนี้ ศึกษาถึงความเป็นไปได้ทางการตลาดเบื้องต้น การวิเคราะห์คู่แข่งขัน และกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งตรงกับกลุ่มผู้บริโภคที่มองหาขนมขบเคี้ยวทางเลือกจากธรรมชาติ และกลุ่มผู้บริโภคที่มองหาขนมขบเคี้ยวทางเลือกที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเน้นช่องทางการตลาดผ่านโมเดิร์นเทรดและออนไลน์ ยิ่งทำให้การวิจัยนี้มีคุณค่าและนำไปใช้ได้จริง
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับ อุตสาหกรรมอาหาร โดยเฉพาะ อุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยว เนื่องจากงานวิจัยได้พัฒนาสูตรและกระบวนการผลิตขนมขบเคี้ยวพริกกรอบที่มีคุณภาพ รสชาติถูกปาก และมีคุณค่าทางโภชนาการ ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้ในการผลิตขนมขบเคี้ยวพริกกรอบในระดับอุตสาหกรรมได้จริง นอกจากนี้ การวิเคราะห์ทางการตลาดที่ครอบคลุม รวมถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการวางแผนช่องทางการจัดจำหน่าย จะช่วยให้องค์กรในอุตสาหกรรมอาหารสามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบริษัทที่เน้นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและเป็นมิตรต่อสุขภาพ งานวิจัยนี้ยังสามารถนำไปใช้ใน อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป โดยเฉพาะการแปรรูปพริกและวัตถุดิบทางการเกษตรอื่นๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะสำหรับบุคคลหลายอาชีพ อาทิเช่น นักวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ที่สามารถนำผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ หรือปรับปรุงผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น นักวิทยาศาสตร์อาหาร ที่สนใจด้านการวิเคราะห์คุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร ผู้ประกอบการ ที่ต้องการสร้างธุรกิจใหม่ในอุตสาหกรรมอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจขนมขบเคี้ยวที่มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของตลาด นักการตลาด สามารถนำข้อมูลทางการตลาดและความต้องการของผู้บริโภคจากงานวิจัยไปใช้ในการวางแผนกลยุทธ์การตลาด และ ผู้จัดการฝ่ายผลิต สามารถนำกระบวนการผลิตที่เหมาะสมจากงานวิจัยไปปรับใช้ในการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน
| รหัสโครงการ : | 101876 |
| หัวหน้าโครงการ : | ศ.ดร. ศิริธร ศิริอมรพรรณ |
| ปีงบประมาณ : | 2564 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยมหาสารคาม |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1.เพื่อศึกษากระบวนการผลิตขนมขบเคี้ยวพริกกรอบที่เหมาะสมให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค2.เพื่อศึกษาชนิดและปริมาณแป้งชุบทอดกรอบ ชนิดของน้ำมันทอดและอุณหภูมิในการทอด ต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวพริกกรอบ3.เพื่อวิเคราะห์คุณสมบัติทางกายภาพ เคมี การยอมรับทางประสาทสัมผัสของผู้บริโภค คุณภาพผลิตภัณฑ์ระหว่างการเก็บรักษาและคุณค่าทางโภชนาการของผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวพริกกรอบ4.เพื่อศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นของธุรกิจของผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการศึกษาวิจัยเพื่อให้ได้ข้อมูลทางการตลาดเบื้องต้น เช่น สถานการณ์ทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ เช่น สถานการณ์ตลาด/คู่แข่งขัน/ช่องทางตลาดความเป็นไปได้เบื้องต้นทางการตลาด และข้อมูลความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย (โดยตรง) ของผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวพริกกรอบ โดยกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นเป้าหมายทางการตลาดมุ่งเน้นไปยังกลุ่มผู้บริโภคที่มองหาขนมขบเคี้ยวทางเลือกจากธรรมชาติ และกลุ่มผู้บริโภคที่มองหาขนมขบเคี้ยวทางเลือกที่มีประโยชน์ให้กับคนในครอบครัว โดยอาศัยช่องทางการตลาดได้แก่ โมเดิร์นมาเก็ต และตลาดสินค้าออนไลน์5.เพื่อพัฒนาโครงการวิจัยที่สามารถแก้ไขหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์และธุรกิจของผู้ร่วมสนับสนุนโครงการให้มีความได้เปรียบทางการตลาดได้อย่างมีทิศทางและมีกลุ่มตลาดเป้าหมายชัดเจน6.เพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์ต้นแบบของผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการศึกษาวิจัยของผู้ร่วมสนับสนุนโครงการให้มีความได้เปรียบทางการตลาด และผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ7.เพื่อผลักดันให้เกิดการใช้ตราสัญลักษณ์ Innovative House เพื่อรับรองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการพัฒนาด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี |
ศ.ดร. ศิริธร ศิริอมรพรรณ. (2564). การพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวพริกกรอบ. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. มหาสารคาม.
ศ.ดร. ศิริธร ศิริอมรพรรณ. 2564. "การพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวพริกกรอบ". มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. มหาสารคาม.
ศ.ดร. ศิริธร ศิริอมรพรรณ. "การพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวพริกกรอบ". มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2564. มหาสารคาม.
ศ.ดร. ศิริธร ศิริอมรพรรณ. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวพริกกรอบ. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม; 2564. มหาสารคาม.