การจัดการความรู้ด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์โดยชุมชนในอุทยานธรณีโลกสตูล
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง “การจัดการความรู้ด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์โดยชุมชนในอุทยานธรณีโลกสตูล” มุ่งเน้นการสร้างความยั่งยืนให้กับการท่องเที่ยวเชิงธรณีในอุทยานธรณีโลกสตูล ผ่านกลไกการจัดการความรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชน งานวิจัยนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และการท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการนำกรอบแนวคิดการจัดการความรู้มาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาการท่องเที่ยว ซึ่งไม่เพียงแต่จะเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยความสำเร็จและอุปสรรคต่างๆ เท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน การวิเคราะห์ SWOT (Strengths, Weaknesses, Opportunities, and Threats) ที่ใช้เป็นเครื่องมือในการประเมิน ช่วยให้เห็นภาพรวมของสถานการณ์การท่องเที่ยวในอุทยานธรณีสตูลอย่างชัดเจน และสามารถนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาการท่องเที่ยวในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การขยายผลงานวิจัยไปสู่พื้นที่อื่นๆ ที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นอุทยานธรณีโลก จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยในภาพรวมได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังมีความท้าทายบางประการที่ควรพิจารณา เช่น การทำให้แน่ใจว่ากระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นไปอย่างแท้จริงและเท่าเทียม เพื่อให้ชุมชนได้รับประโยชน์อย่างเป็นธรรมจากการท่องเที่ยว การจัดการความรู้ที่ได้จากงานวิจัยต้องมีกลไกการเผยแพร่และการเข้าถึงที่ชัดเจน เพื่อให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวาง และการติดตามประเมินผลการดำเนินงาน เพื่อให้มั่นใจว่าแนวทางการพัฒนาที่ได้จากงานวิจัยนี้สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน
งานวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ผสมผสานกับการวิเคราะห์เชิงปริมาณ โดยใช้การทบทวนวรรณกรรม การสัมภาษณ์เชิงลึก การประชุมกลุ่ม และการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล การใช้หลายวิธีการวิจัยนี้ ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความครอบคลุมของผลการวิจัย ทำให้สามารถนำไปใช้ในการวางแผนและตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือการสร้างชุดองค์ความรู้ ที่ครอบคลุมประเภทของแหล่งท่องเที่ยว การรวมกลุ่ม การบริหารจัดการ ข้อตกลง การแบ่งปันผลประโยชน์ ปัญหา อุปสรรค แนวทางการแก้ไข และภาพอนาคตของแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งจะสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป
โดยสรุป งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยที่มีคุณค่า ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวาง ทั้งในด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ การจัดการความรู้ และการมีส่วนร่วมของชุมชน การให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและการสร้างความเท่าเทียม เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การยกย่อง และจะเป็นต้นแบบที่ดีสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศไทยต่อไป
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การท่องเที่ยวชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงธรณี (geotourism) เหตุผลหลักคือ งานวิจัยนี้ให้ความสำคัญกับการสร้างความยั่งยืน การมีส่วนร่วมของชุมชน และการจัดการความรู้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยว การวางแผนการตลาด และการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยวและความต้องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากนี้ งานวิจัยนี้ยังสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นอุทยานธรณีโลก ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศได้อีกด้วย
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคคลในหลายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและบริหารจัดการการท่องเที่ยว เช่น นักวิชาการ นักวางแผนการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว และผู้นำชุมชน เหตุผลคือ งานวิจัยนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการจัดการความรู้ การมีส่วนร่วมของชุมชน และการสร้างความยั่งยืน ซึ่งเป็นทักษะและความรู้ที่จำเป็นสำหรับบุคคลเหล่านี้ นักวิชาการสามารถนำผลการวิจัยไปต่อยอดในการทำวิจัย นักวางแผนการท่องเที่ยวสามารถนำไปใช้ในการวางแผนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสามารถนำไปปรับปรุงการให้บริการและผลิตภัณฑ์ เจ้าหน้าที่รัฐสามารถนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายและวางแผนการพัฒนา และผู้นำชุมชนสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน โดยสรุป งานวิจัยนี้มีประโยชน์ต่อบุคคลในหลายอาชีพที่ต้องการพัฒนาความรู้และทักษะในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
| รหัสโครงการ : | 38201 |
| หัวหน้าโครงการ : | นางสาวปรมิตา พันธ์วงศ์ |
| ปีงบประมาณ : | 2563 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยมหิดล |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1. เพื่อให้มีการบริหารจัดการความรู้ ปัจจัยความสำเร็จ ข้อขัดข้องในกระบวนการดำเนินงาน บทบาทของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนาการท่องเที่ยวในเขตอุทยานธรณีสตูลและขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นอย่างยั่งยืน 2. เพื่อประเมินแบบสร้างสรรค์และวิเคราะห์ช่องว่าง และการวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส และอุปสรรคในการจัดการการท่องเที่ยวในอุทยานธรณีโลกสตูลด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน 3. เพื่อพัฒนาศักยภาพการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน และออกแบบแนวทางการจัดการอุทยานธรณีโลกสตูลในอนาคตจากฐานความสำเร็จในปัจจุบันร่วมกับการเรียนรู้การทำงานจากหน่วยงานอื่นๆ ที่มีพันธกิจใกล้เคียงกัน 4. เพื่อเผยแพร่ผลการเรียนรู้การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนจากความสำเร็จของอุทยานธรณีโลกสตูลแก่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมที่มีบทบาทเกี่ยวข้อง และขยายผลการเรียนรู้สู่พื้นที่อื่นที่มีศักยภาพและมีความต้องการพัฒนาสู่อุทยานธรณีโลก |
นางสาวปรมิตา พันธ์วงศ์. (2563). การจัดการความรู้ด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์โดยชุมชนในอุทยานธรณีโลกสตูล. มหาวิทยาลัยมหิดล. .
นางสาวปรมิตา พันธ์วงศ์. 2563. "การจัดการความรู้ด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์โดยชุมชนในอุทยานธรณีโลกสตูล". มหาวิทยาลัยมหิดล. .
นางสาวปรมิตา พันธ์วงศ์. "การจัดการความรู้ด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์โดยชุมชนในอุทยานธรณีโลกสตูล". มหาวิทยาลัยมหิดล, 2563. .
นางสาวปรมิตา พันธ์วงศ์. การจัดการความรู้ด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์โดยชุมชนในอุทยานธรณีโลกสตูล. มหาวิทยาลัยมหิดล; 2563. .