กลุ่มข้อมูลด้านมนุษย์ศาสตร์

รูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถด้านการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมตำบลบึงเจริญ อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ : กรณีศึกษา ชุมชมสายตรีพัฒนา 3 และชุมชนสายตรี 7

... 14 มีนาคม 2568
รูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถด้านการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมตำบลบึงเจริญ อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ : กรณีศึกษา ชุมชมสายตรีพัฒนา 3 และชุมชนสายตรี 7
ภาพนี้สร้างโดย Image GPT เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2568

บทวิเคราะห์งานวิจัย

งานวิจัยเรื่อง "รูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถด้านการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมตำบลบึงเจริญ อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ : กรณีศึกษา ชุมชนสายตรีพัฒนา 3 และชุมชนสายตรี 7" นี้ เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพที่ใช้กระบวนการวิจัยเพื่อท้องถิ่น (Community-Based Research: CBR) เป็นเครื่องมือสำคัญในการศึกษา โดยมุ่งเน้นการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนในสองชุมชนเป้าหมาย คือ ชุมชนสายตรีพัฒนา 3 และชุมชนสายตรี 7 ในจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการนำองค์ความรู้ท้องถิ่นมาใช้เป็นฐานในการวางแผนและพัฒนา ไม่ใช่เพียงแค่การนำเสนอแนวคิดเชิงทฤษฎี แต่ได้ลงมือปฏิบัติจริง ผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างแท้จริง การใช้กระบวนการ CBR ช่วยให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมและมีความถูกต้องแม่นยำ เนื่องจากข้อมูลมาจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง

งานวิจัยได้ระบุองค์ความรู้สำคัญของทั้งสองชุมชน ชุมชนสายตรีพัฒนา 3 มีองค์ความรู้ 5 ประการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชุมชน การเลี้ยงผึ้ง ผลิตภัณฑ์ชุมชน และการจัดการร้านค้า ส่วนชุมชนสายตรี 7 มีองค์ความรู้ 3 ประการ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ การต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ และประเพณีท้องถิ่น องค์ความรู้เหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญในการสร้างเอกลักษณ์และจุดขายของการท่องเที่ยวชุมชน การนำองค์ความรู้เหล่านี้มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์และกิจกรรมทางการท่องเที่ยว แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในบริบทของชุมชน และความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรที่มีอยู่

นอกจากนี้ งานวิจัยยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของความร่วมมือกับภาคีสาธารณะ เช่น สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ความร่วมมือดังกล่าวเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนด้านงบประมาณ เทคโนโลยี และการตลาด ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน การพัฒนาขีดความสามารถด้านกายภาพ การแบ่งพื้นที่ใช้ประโยชน์ การสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ และการจัดกิจกรรมประเพณี ล้วนเป็นกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับการสร้างเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างทั่วถึง

การใช้เครื่องมือประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (SROI) เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของงานวิจัยนี้ เพราะสามารถวัดผลลัพธ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยแสดงให้เห็นถึงผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และนโยบาย ที่มากกว่าต้นทุนการลงทุนถึง 3.79.2 เท่า แสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่าของโครงการ และความสามารถในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยควรระบุรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการคำนวณ SROI เพื่อให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น และควรมีการติดตามผลในระยะยาวเพื่อประเมินความยั่งยืนของโครงการ การศึกษาควรขยายผลการวิจัยไปสู่ชุมชนอื่นๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดการและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเชิงวัฒนธรรม เหตุผลหลักคือ งานวิจัยได้ให้กรอบแนวทางที่ชัดเจนในการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน ตั้งแต่การระบุองค์ความรู้ท้องถิ่น การสร้างความร่วมมือกับภาคีสาธารณะ การพัฒนาขีดความสามารถของชุมชน จนถึงการประเมินผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคม ข้อมูลและวิธีการเหล่านี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับชุมชนอื่นๆ และสามารถปรับใช้ให้เข้ากับบริบทเฉพาะของแต่ละชุมชนได้ นอกจากนี้ การใช้เครื่องมือ SROI ยังช่วยให้ธุรกิจสามารถประเมินความคุ้มค่าของการลงทุนในการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวชุมชน นักวางแผนการท่องเที่ยว นักวิชาการ เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชน และนักวิจัย เหตุผลคือ งานวิจัยได้นำเสนอแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการวางแผน ดำเนินการ และประเมินผลโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยวชุมชนสามารถนำองค์ความรู้ กลยุทธ์ และเครื่องมือต่างๆ ที่งานวิจัยได้นำเสนอ ไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาด และการบริหารจัดการธุรกิจของตนเองได้ ส่วนนักวางแผนการท่องเที่ยวและนักวิชาการสามารถนำกรอบแนวคิด และผลการวิจัยไปใช้ในการพัฒนาแผนงานและโครงการ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ในขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐสามารถนำไปใช้ในการกำหนดนโยบาย และสนับสนุนการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน

 

สร้างบทวิเคราะห์โดย Gemini เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2568
รหัสโครงการ : 124043
หัวหน้าโครงการ : นายอุทิศ ทาหอม
ปีงบประมาณ : 2564
หน่วยงาน : มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
สาขาวิจัย : กลุ่มข้อมูลด้านมนุษย์ศาสตร์
ประเภทโครงการ : โครงการเดี่ยว
สถานะ : ปิดโครงการ
คำสำคัญ :
วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อจัดการความรู้การท่องเที่ยวชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมตำบลบึงเจริญ อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์: กรณีศึกษา ชุมชมสายตรีพัฒนา 3 และชุมชนสายตรี 7 2. เพื่อสร้างความร่วมมือกับภาคีสาธารณะในการจัดการการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมตำบลบึงเจริญ อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ : กรณีศึกษา ชุมชมสายตรีพัฒนา 3 และชุมชนสายตรี 7 3. เพื่อพัฒนาขีดความสามารถการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมตำบลบึงเจริญ อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ : กรณีศึกษา ชุมชมสายตรีพัฒนา 3 และชุมชนสายตรี 7

นายอุทิศ ทาหอม. (2564). รูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถด้านการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมตำบลบึงเจริญ อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ : กรณีศึกษา ชุมชมสายตรีพัฒนา 3 และชุมชนสายตรี 7. มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์. บุรีรัมย์.

นายอุทิศ ทาหอม. 2564. "รูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถด้านการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมตำบลบึงเจริญ อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ : กรณีศึกษา ชุมชมสายตรีพัฒนา 3 และชุมชนสายตรี 7". มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์. บุรีรัมย์.

นายอุทิศ ทาหอม. "รูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถด้านการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมตำบลบึงเจริญ อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ : กรณีศึกษา ชุมชมสายตรีพัฒนา 3 และชุมชนสายตรี 7". มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, 2564. บุรีรัมย์.

นายอุทิศ ทาหอม. รูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถด้านการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมตำบลบึงเจริญ อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ : กรณีศึกษา ชุมชมสายตรีพัฒนา 3 และชุมชนสายตรี 7. มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์; 2564. บุรีรัมย์.

Creative Commons : CC

Creative Commons
Attribution ให้เผยแพร่ ดัดแปลง โดยต้องระบุที่มา

รายการที่เกี่ยวข้อง