กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์

ร้อยลาย 3 ไต การพัฒนารูปแบบการแลกเปลี่ยนและสร้างความรู้เพื่อยกระดับธุรกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

... 25 มีนาคม 2568

บทวิเคราะห์งานวิจัย

งานวิจัย "ร้อยลาย 3 ไต: การพัฒนารูปแบบการแลกเปลี่ยนและสร้างความรู้เพื่อยกระดับธุรกิจชุมชนอย่างยั่งยืน" เป็นงานวิจัยเชิงปฏิบัติการที่มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืนโดยใช้กระบวนการสร้างความรู้และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ภายในชุมชนบ้านธิ ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มชาติพันธุ์หลัก 3 กลุ่ม คือ ไทลื้อ ไทยวน และไทยอง งานวิจัยนี้ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและโครงการหลวงเป็นแนวทางในการดำเนินงาน โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างเต็มที่ตั้งแต่ขั้นตอนการวิจัย การออกแบบ การผลิต จนถึงการจำหน่ายผลิตภัณฑ์

จุดเด่นของงานวิจัยนี้อยู่ที่การจัดตั้งกลุ่ม CoP (Community of Practice) จำนวน 3 กลุ่ม แต่ละกลุ่มมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกันแต่เชื่อมโยงกันเป็นระบบ CoP 1 รวบรวมและสังเคราะห์ความรู้เดิมจากปราชญ์ชุมชนและสภาวัฒนธรรม CoP 2 พัฒนาต่อยอดความรู้โดยอาศัยครูและนักเรียน และ CoP 3 นำความรู้ไปใช้ในการออกแบบและผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ การทำงานร่วมกันของทั้ง 3 กลุ่มนี้ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน

วิธีการดำเนินงานของงานวิจัยนี้ใช้กระบวนการ 5 ขั้นตอน ได้แก่ การวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการ การวางแผนและการปฏิบัติงาน การเรียนรู้จากการปฏิบัติ การประเมินผล และการระบุการเรียนรู้และการแบ่งปัน กระบวนการนี้เป็นวงจรแบบวนซ้ำ ช่วยให้ชุมชนสามารถเรียนรู้และปรับปรุงกระบวนการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การสร้างสื่อสิ่งพิมพ์และเว็บไซต์ Responsive website ยังเป็นการสร้างแหล่งเรียนรู้และจัดเก็บองค์ความรู้ เพื่อให้ชุมชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อย่างสะดวก และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้สู่คนรุ่นต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

งานวิจัยนี้ไม่ได้เพียงแค่เน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แต่ยังมุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน การมีส่วนร่วมของคนในชุมชนทุกขั้นตอน ช่วยสร้างความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์และภูมิปัญญาของตนเอง ส่งเสริมให้เกิดการพึ่งพาตนเองและความยั่งยืนทางเศรษฐกิจในระยะยาว การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชน เช่น ลายผ้า เครื่องปั้นดินเผา หรือสินค้าหัตถกรรมอื่นๆ จะช่วยสร้างความแตกต่างและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาด โดยเฉพาะตลาดสินค้าที่มีความต้องการสินค้าที่มีเอกลักษณ์และคุณภาพสูง

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมสินค้าหัตถกรรม อุตสาหกรรมสิ่งทอ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เหตุผลคือ:

  • อุตสาหกรรมสินค้าหัตถกรรม: งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของชุมชน โดยการนำลวดลายและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาออกแบบและผลิตสินค้า ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับสินค้าหัตถกรรมประเภทต่างๆ เช่น ผ้าทอ เครื่องปั้นดินเผา เครื่องจักสาน และอื่นๆ การพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องและการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าและขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดสินค้าหัตถกรรมได้

  • อุตสาหกรรมสิ่งทอ: เนื่องจากงานวิจัยนี้เน้นการพัฒนาลวดลายผ้า จึงสามารถนำไปใช้ในการออกแบบและผลิตผ้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าและความน่าสนใจของผลิตภัณฑ์สิ่งทอได้ การสร้างแบรนด์และการตลาดที่เหมาะสมจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์สิ่งทอของชุมชนสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว: การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมชุมชน และสามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายสินค้า การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เน้นการเรียนรู้และสัมผัสกับวิถีชีวิตของชุมชนจะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับนักท่องเที่ยว และช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ประกอบการชุมชน ช่างฝีมือ นักออกแบบ นักวิจัย และนักวิชาการ เหตุผลคือ:

  • ผู้ประกอบการชุมชน: งานวิจัยนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการชุมชนสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์และเพิ่มมูลค่าได้ โดยการนำลวดลายและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ และสามารถสร้างแบรนด์และขยายตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ช่างฝีมือ: งานวิจัยนี้ช่วยเพิ่มทักษะและความรู้ให้กับช่างฝีมือ โดยการเรียนรู้เทคนิคการออกแบบและการผลิตใหม่ๆ และสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพและเอกลักษณ์ เพิ่มรายได้ให้กับตนเองได้

  • นักออกแบบ: งานวิจัยนี้สามารถเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยการนำลวดลายและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ และสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีความหมาย

  • นักวิจัยและนักวิชาการ: งานวิจัยนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการวิจัยเชิงปฏิบัติการที่ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน สามารถนำไปปรับใช้และพัฒนาต่อยอดในงานวิจัยอื่นๆ ได้

สร้างบทวิเคราะห์โดย Gemini เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2568
ร้อยลาย 3 ไต การพัฒนารูปแบบการแลกเปลี่ยนและสร้างความรู้เพื่อยกระดับธุรกิจชุมชนอย่างยั่งยืน
ภาพนี้สร้างโดย Image GPT เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2568
รหัสโครงการ : 172614
หัวหน้าโครงการ : นายมณฑล อ้นวันนา
ปีงบประมาณ : 2565
หน่วยงาน : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สาขาวิจัย : กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์
ประเภทโครงการ : โครงการเดี่ยว
สถานะ : ปิดโครงการ
คำสำคัญ :
วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อถอดความรู้เชิงอัตลักษณ์ชุมชนโดยประยุกต์ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิพอเพียงและโครงการหลวง (เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา)2. เพื่อยกระดับชุมชนให้มีศักยภาพและเป็นต้นแบบในการพัฒนาอัตลักษณ์ของชุมชนและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

นายมณฑล อ้นวันนา. (2565). ร้อยลาย 3 ไต การพัฒนารูปแบบการแลกเปลี่ยนและสร้างความรู้เพื่อยกระดับธุรกิจชุมชนอย่างยั่งยืน. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ลำพูน.

นายมณฑล อ้นวันนา. 2565. "ร้อยลาย 3 ไต การพัฒนารูปแบบการแลกเปลี่ยนและสร้างความรู้เพื่อยกระดับธุรกิจชุมชนอย่างยั่งยืน". มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ลำพูน.

นายมณฑล อ้นวันนา. "ร้อยลาย 3 ไต การพัฒนารูปแบบการแลกเปลี่ยนและสร้างความรู้เพื่อยกระดับธุรกิจชุมชนอย่างยั่งยืน". มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2565. ลำพูน.

นายมณฑล อ้นวันนา. ร้อยลาย 3 ไต การพัฒนารูปแบบการแลกเปลี่ยนและสร้างความรู้เพื่อยกระดับธุรกิจชุมชนอย่างยั่งยืน. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2565. ลำพูน.

Creative Commons : CC

Creative Commons
Attribution ให้เผยแพร่ ดัดแปลง โดยต้องระบุที่มา