การวิจัยสารสกัดสมุนไพรศักยภาพต่อฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 และศึกษากลไกการออกฤทธิ์ด้วยเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน (ระยะที่ 2)
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้ศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดใบหม่อนส่วนละลายน้ำในการต้านไวรัส SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคโควิด-19 งานวิจัยนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงเป็นปัญหาสำคัญระดับโลก และการพัฒนายาต้านไวรัสจากสมุนไพรเป็นทางเลือกที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากมีความปลอดภัยและต้นทุนต่ำกว่ายาเคมีสังเคราะห์
จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงหลายอย่างในการศึกษา เช่น การใช้เซลล์ Calu-3 ซึ่งเป็นเซลล์เยื่อบุผิวปอดมนุษย์ ทำให้ผลการวิจัยมีความน่าเชื่อถือและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับมนุษย์ได้ นอกจากนี้ยังใช้เทคนิค Transcriptomic analysis of mRNA sequencing เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของยีนในระดับเซลล์ และ Synchrotron-Fourier Transform Infrared Microspectoscopy (SR-FTIR) เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของสารชีวโมเลกุลในระดับเซลล์ การใช้เทคนิคเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจกลไกการออกฤทธิ์ของสารสกัดใบหม่อนได้อย่างลึกซึ้ง
งานวิจัยนี้เปรียบเทียบประสิทธิภาพของสารสกัดใบหม่อนที่เตรียมด้วยวิธีการสองแบบ (WF-EtAct และ WF-W) พบว่าสารสกัด WF-W มีประสิทธิภาพในการต้านไวรัสสูงกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน Pre-entry mode ซึ่งหมายถึงการยับยั้งการเข้าสู่เซลล์ของไวรัส ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าสารสกัด WF-W มีค่า IC50 ต่ำกว่า molnupiravir ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสที่ได้รับการรับรอง แสดงถึงศักยภาพในการพัฒนาเป็นยาต้านไวรัสชนิดใหม่
นอกจากประสิทธิภาพในการต้านไวรัสแล้ว งานวิจัยนี้ยังศึกษาความเป็นพิษของสารสกัดใบหม่อน พบว่าสารสกัด WF-W ไม่มีความเป็นพิษเฉียบพลันต่อหนูทดลอง ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำคัญในการประเมินความปลอดภัยของสารสกัด
การวิเคราะห์กลไกการออกฤทธิ์ด้วย SR-FTIR พบว่าสารสกัด WF-W มีผลต่อปริมาณไขมัน โปรตีน และคาร์โบไฮเดรตในเซลล์ Calu-3 โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของระดับไขมันและการลดลงของโปรตีนในเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัส ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับกลไกการต้านไวรัสของสารสกัด
การวิเคราะห์ Transcriptomic analysis พบการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในการแสดงออกของยีนหลายตัว โดยเฉพาะยีนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางชีวภาพต่างๆ เช่น การสังเคราะห์ฮอร์โมนสเตียรอยด์ การเผาผลาญสารแปลกปลอม และการตอบสนองต่อการอักเสบ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจกลไกการออกฤทธิ์ของสารสกัดใบหม่อนได้ดียิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น การศึกษาในระดับ in vitro และ in vivo ซึ่งอาจไม่สะท้อนถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยในมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์ การศึกษาเพิ่มเติมในระดับคลินิกจึงมีความจำเป็น เพื่อยืนยันผลการวิจัยและประเมินความปลอดภัยในมนุษย์ นอกจากนี้ การศึกษาควรขยายไปยังการทดสอบกับสายพันธุ์ไวรัส SARS-CoV-2 ที่กลายพันธุ์ เพื่อประเมินประสิทธิภาพในการต้านไวรัสสายพันธุ์ต่างๆ และการพัฒนา standardize procedure เพื่อให้ได้สารสกัดที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพสม่ำเสมอ ก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมยา อุตสาหกรรมอาหารเสริม และอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เนื่องจากสารสกัดใบหม่อนแสดงศักยภาพในการต้านไวรัส และมีความปลอดภัย สามารถนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ยาต้านไวรัส อาหารเสริมบำรุงสุขภาพ หรือส่วนผสมในเครื่องสำอางที่มีคุณสมบัติในการบำรุงผิวและต้านอนุมูลอิสระ อุตสาหกรรมการเกษตรก็ได้รับประโยชน์จากงานวิจัยนี้ด้วย เนื่องจากเป็นการศึกษาต้นทุนต่ำและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับนักวิจัยทางด้านเภสัชวิทยา ไวรัสวิทยา ชีวเคมี และพฤกษศาสตร์ นอกจากนี้ยังเหมาะกับแพทย์ เภสัชกร และนักวิทยาศาสตร์ด้านอาหาร เนื่องจากงานวิจัยนี้เกี่ยวข้องกับการศึกษาสารสกัดสมุนไพร การทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัด และกลไกการออกฤทธิ์ในระดับเซลล์และโมเลกุล นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลหรือผู้เชี่ยวชาญด้าน bioinformatics ก็สามารถมีบทบาทในการวิเคราะห์ข้อมูล transcriptomics ได้เช่นกัน
| รหัสโครงการ : | 183267 |
| หัวหน้าโครงการ : | ดร. วราภรณ์ ตัณฑนุช |
| ปีงบประมาณ : | 2566 |
| หน่วยงาน : | สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการต้านไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ SARS-CoV-2 ของสารสกัดใบหม่อนส่วนละลายน้ำ ในระดับ in vitro โดยใช้ Calu-3 cells เป็นเซลล์เจ้าบ้าน เพื่อศึกษากลไกการต้านไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ SARS-CoV-2 ของสารสกัดใบหม่อนส่วนละลายน้ำในระดับ in vitro โดยใช้ Calu-3 cells เป็นเซลล์เจ้าบ้าน โดยติดตามการเปลี่ยนแปลงของ ทรานสคริปโตมิกส์ เพื่อวิเคราะห์การแสดงออกของยีนในระดับเซลล์ เพื่อศึกษากลไกการต้านไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ SARS-CoV-2 ของสารสกัดใบหม่อนส่วนละลายน้ำในระดับ in vitro โดยใช้ Calu-3 cells เป็นเซลล์เจ้าบ้าน โดยติดตามการเปลี่ยนแปลงของสารชีวโมเลกุลระดับเซลล์โดยใช้ Synchrotron-FTIR Microspectroscopy เพื่อศึกษาความเป็นพิษเฉียบพลันของสารสกัดใบหม่อนในระดับสัตว์ทดลอง หาวิธีมาตรฐานในการสกัดสารสกัดใบหม่อนและการควบคุมคุณภาพสารสำคัญ (Standardization) |
ดร. วราภรณ์ ตัณฑนุช. (2566). การวิจัยสารสกัดสมุนไพรศักยภาพต่อฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 และศึกษากลไกการออกฤทธิ์ด้วยเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน (ระยะที่ 2). สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน). กรุงเทพมหานคร, ขอนแก่น, นครราชสีมา.
ดร. วราภรณ์ ตัณฑนุช. 2566. "การวิจัยสารสกัดสมุนไพรศักยภาพต่อฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 และศึกษากลไกการออกฤทธิ์ด้วยเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน (ระยะที่ 2)". สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน). กรุงเทพมหานคร, ขอนแก่น, นครราชสีมา.
ดร. วราภรณ์ ตัณฑนุช. "การวิจัยสารสกัดสมุนไพรศักยภาพต่อฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 และศึกษากลไกการออกฤทธิ์ด้วยเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน (ระยะที่ 2)". สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน), 2566. กรุงเทพมหานคร, ขอนแก่น, นครราชสีมา.
ดร. วราภรณ์ ตัณฑนุช. การวิจัยสารสกัดสมุนไพรศักยภาพต่อฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 และศึกษากลไกการออกฤทธิ์ด้วยเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน (ระยะที่ 2). สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน); 2566. กรุงเทพมหานคร, ขอนแก่น, นครราชสีมา.