กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ

การเฝ้าระวังภาวะประสบการณ์ชีวิตไม่พึงประสงค์ของเด็กปฐมวัยและการแทรกแซงเพื่อฟื้นฟูสุขภาวะเด็กและครอบครัวในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจจากโรคระบาด COVID-19และหลังวิกฤต

... 7 มีนาคม 2568
การเฝ้าระวังภาวะประสบการณ์ชีวิตไม่พึงประสงค์ของเด็กปฐมวัยและการแทรกแซงเพื่อฟื้นฟูสุขภาวะเด็กและครอบครัวในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจจากโรคระบาด COVID-19และหลังวิกฤต
ภาพนี้สร้างโดย Image GPT เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2568

บทวิเคราะห์งานวิจัย

งานวิจัยนี้ศึกษาผลกระทบของประสบการณ์ชีวิตไม่พึงประสงค์ (Adverse Childhood Experiences: ACEs) ต่อสุขภาวะและพัฒนาการของเด็กปฐมวัยในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจจากการระบาดของ COVID-19 และหลังวิกฤต โดยมุ่งเน้นกลุ่มเด็กในชุมชนแออัดในกรุงเทพมหานคร งานวิจัยนี้มีจุดแข็งหลายประการ เริ่มจากการใช้กลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ (1,392 คน) ซึ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือของผลการวิจัย นอกจากนี้ การศึกษาครอบคลุมทั้งช่วงวิกฤตและหลังวิกฤต ทำให้สามารถวิเคราะห์ผลกระทบระยะยาวของ COVID-19 ต่อเด็กได้อย่างละเอียด การใช้แบบประเมิน ACEs ช่วยในการคัดกรองและระบุเด็กที่มีความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาระบบเฝ้าระวังผ่าน application หรือแบบฟอร์มกระดาษ ช่วยให้การเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว

ผลการวิจัยชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่างความยากจน ภาวะครอบครัวบกพร่อง การเลี้ยงดูไม่เหมาะสม และการตกหล่นออกนอกระบบการศึกษาปฐมวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวิกฤต ครอบครัวเหล่านี้ประสบปัญหาเศรษฐกิจที่รุนแรงขึ้น ภาวะครอบครัวบกพร่องก็รุนแรงมากขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้การเลี้ยงดูเด็กไม่เหมาะสมและเพิ่มโอกาสที่เด็กจะหลุดออกจากระบบการศึกษา ข้อมูลเชิงปริมาณที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญของประสบการณ์ ACEs ระหว่างกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงและกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น กลุ่ม ACE ≥ 2 มีโอกาสประสบกับเหตุการณ์ต่างๆ เช่น พ่อแม่เสียชีวิต พ่อแม่ติดคุก ความรุนแรงในครอบครัว และการละเลย สูงกว่ากลุ่ม ACE < 2 หลายเท่า บ่งชี้ถึงความจำเป็นในการแทรกแซงอย่างเร่งด่วน

งานวิจัยนี้ยังได้พัฒนารูปแบบการทำงานของทีมบูรณาการ (สุขภาพ-การเรียนรู้-การคุ้มครองเด็ก) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการแทรกแซงและดูแลเด็ก โดยเน้นการทำงานร่วมกันทั้งในระดับครอบครัวและชุมชน การให้ความรู้แก่ผู้ดูแลเด็ก การปรับปรุงสิ่งแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย และการเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย และฝ่ายพัฒนาชุมชน ล้วนเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการลดผลกระทบของ ACEs อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ จึงยังไม่มีข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับประสิทธิภาพของการแทรกแซงในระยะยาว แต่แนวทางการทำงานแบบบูรณาการที่นำเสนอ ถือเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับการแก้ปัญหาเด็กในภาวะเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของสังคมไทย

ข้อจำกัดของงานวิจัยนี้ อาจรวมถึงการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างเฉพาะพื้นที่ชุมชนแออัดในกรุงเทพมหานคร ซึ่งอาจไม่สามารถนำไปใช้ทั่วประเทศได้อย่างตรงไปตรงมา การศึกษาเพิ่มเติมในพื้นที่อื่นๆ และกลุ่มตัวอย่างที่หลากหลาย จึงมีความจำเป็น นอกจากนี้ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกลไกที่ ACEs ส่งผลต่อสุขภาวะและพัฒนาการของเด็ก และการประเมินผลเชิงปริมาณของการแทรกแซง ยังเป็นส่วนสำคัญที่ควรพิจารณาในงานวิจัยในอนาคต

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ เนื่องจากการพัฒนาระบบเฝ้าระวังผ่านแอปพลิเคชัน และ อุตสาหกรรมสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการดูแลสุขภาพเด็กและครอบครัว เนื่องจากงานวิจัยนี้เน้นการพัฒนาระบบการเฝ้าระวังและการแทรกแซง การนำผลการวิจัยไปต่อยอดในด้านการพัฒนาแอปพลิเคชัน หรือระบบฐานข้อมูลสำหรับการบันทึกข้อมูลเด็กเสี่ยง และการพัฒนาโปรแกรมการฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริง นอกจากนี้ยังเหมาะกับ อุตสาหกรรมการศึกษา เพื่อพัฒนาหลักสูตรหรือโปรแกรมการฝึกอบรมครูและบุคลากรทางการศึกษาในการดูแลเด็ก และ อุตสาหกรรมสังคมสงเคราะห์ ในการออกแบบและพัฒนาระบบการสนับสนุนครอบครัวและชุมชน

งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพ นักสังคมสงเคราะห์, นักจิตวิทยา, แพทย์ (โดยเฉพาะสาขาเวชศาสตร์ครอบครัวและกุมารเวชศาสตร์), พยาบาล, ครู และ นักวิชาการสาธารณสุข. เนื่องจากอาชีพเหล่านี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการดูแลเด็กและครอบครัว การประเมินความเสี่ยง การให้คำปรึกษา และการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก ผลการวิจัยสามารถช่วยให้บุคลากรเหล่านี้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ACEs และวิธีการแทรกแซงที่เหมาะสม รวมทั้งการใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น เพื่อให้สามารถดูแลเด็กกลุ่มเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังเหมาะกับ นักวิจัย ในการทำวิจัยเพิ่มเติม และ เจ้าหน้าที่รัฐ ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายด้านการดูแลเด็กและครอบครัว

สร้างบทวิเคราะห์โดย Gemini เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2568
รหัสโครงการ : 109688
หัวหน้าโครงการ : รศ.นพ. อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์
ปีงบประมาณ : 2564
หน่วยงาน : มหาวิทยาลัยมหิดล
สาขาวิจัย : กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ
ประเภทโครงการ : โครงการเดี่ยว
สถานะ : ปิดโครงการ
คำสำคัญ :
วัตถุประสงค์ : 1.เพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาวะและพัฒนาการของเด็กปฐมวัยจากภาวะประสบการณ์ชีวิตไม่พึงประสงค์ (adverse childhood experience: ACE) ต่อสุขภาวะและพัฒนาการของเด็กACE) ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจจากโรคระบาด COVID-19 และภาวะปกติ2. เพื่อพัฒนาระบบการแทรกแซงการดูแลเด็กในครอบครัว ชุมชน ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยหรือโรงเรียนในพื้นที่ เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาวะและพัฒนาการของเด็กปฐมวัย จากภาวะประสบการณ์ชีวิตไม่พึงประสงค์ (ACE) ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจจากโรคระบาด COVID-19 และภาวะปกติ3.เพื่อสร้างความรับรู้สาธารณะในเรื่องผลกระทบต่อสุขภาวะและพัฒนาการของเด็กปฐมวัยจากภาวะประสบการณ์ชีวิตไม่พึงประสงค์ (ACE) และนโยบายสาธารณะเพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวังและระบบการแทรกแซงการดูแลเด็กในครอบครัว ชุมชน ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยหรือโรงเรียนในพื้นที่ เพื่อลดผลกระทบ

รศ.นพ. อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์. (2564). การเฝ้าระวังภาวะประสบการณ์ชีวิตไม่พึงประสงค์ของเด็กปฐมวัยและการแทรกแซงเพื่อฟื้นฟูสุขภาวะเด็กและครอบครัวในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจจากโรคระบาด COVID-19และหลังวิกฤต. มหาวิทยาลัยมหิดล. กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี.

รศ.นพ. อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์. 2564. "การเฝ้าระวังภาวะประสบการณ์ชีวิตไม่พึงประสงค์ของเด็กปฐมวัยและการแทรกแซงเพื่อฟื้นฟูสุขภาวะเด็กและครอบครัวในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจจากโรคระบาด COVID-19และหลังวิกฤต". มหาวิทยาลัยมหิดล. กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี.

รศ.นพ. อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์. "การเฝ้าระวังภาวะประสบการณ์ชีวิตไม่พึงประสงค์ของเด็กปฐมวัยและการแทรกแซงเพื่อฟื้นฟูสุขภาวะเด็กและครอบครัวในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจจากโรคระบาด COVID-19และหลังวิกฤต". มหาวิทยาลัยมหิดล, 2564. กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี.

รศ.นพ. อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์. การเฝ้าระวังภาวะประสบการณ์ชีวิตไม่พึงประสงค์ของเด็กปฐมวัยและการแทรกแซงเพื่อฟื้นฟูสุขภาวะเด็กและครอบครัวในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจจากโรคระบาด COVID-19และหลังวิกฤต. มหาวิทยาลัยมหิดล; 2564. กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี.

Creative Commons : CC

Creative Commons
Attribution ให้เผยแพร่ ดัดแปลง โดยต้องระบุที่มา