การพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 และ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์สำหรับเด็กกลุ่มเปราะบางในประเทศไทยผ่านงานศิลปะและสื่อดิจิทัล
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง "การพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 และความสามารถในการคิดวิเคราะห์สำหรับเด็กกลุ่มเปราะบางในประเทศไทยผ่านงานศิลปะและสื่อดิจิทัล" เป็นงานวิจัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่มักถูกทิ้งไว้เบื้องหลังในด้านการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและเทคโนโลยี งานวิจัยนี้เลือกใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ซึ่งเป็นวิธีการที่เหมาะสมในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม การใช้ศิลปะและสื่อดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 (21st Century Skills) เป็นกลยุทธ์ที่สร้างสรรค์และตอบโจทย์ความต้องการของเด็กกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี เพราะศิลปะและสื่อดิจิทัลสามารถดึงดูดความสนใจและกระตุ้นการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าวิธีการสอนแบบเดิมๆ
จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการเน้นการพัฒนาทักษะ 4C ได้แก่ Critical Thinking (การคิดวิเคราะห์), Communication (การสื่อสาร), Collaboration (การทำงานร่วมกัน), และ Creativity (ความคิดสร้างสรรค์) ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 การใช้กิจกรรมต่างๆ เช่น Visual Thinking Strategy, Dialogue, และกิจกรรมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะดิจิทัล (การวาดภาพดิจิทัล, การถ่ายภาพ, การทำหนังสั้น) เป็นการบูรณาการองค์ความรู้และทักษะต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว นอกจากนี้ การมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ด้านเทคนิคการสร้างงานศิลปะแต่ละประเภท ก็ช่วยยกระดับคุณภาพของกิจกรรมและผลลัพธ์ของงานวิจัยได้เป็นอย่างดี
ผลการวิจัยที่พบว่าเด็กๆ พัฒนาทักษะการสื่อสารและการทำงานร่วมกันได้มากที่สุดนั้น สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของวิธีการที่ใช้ เพราะกิจกรรมที่ออกแบบมาเน้นการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันและการสื่อสารความคิดเห็น การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์แม้จะน้อยกว่า แต่ก็ยังถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ เนื่องจากทักษะเหล่านี้จำเป็นต้องใช้เวลาและการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง
นอกเหนือจากการพัฒนาทักษะของเด็กแล้ว งานวิจัยนี้ยังมีวัตถุประสงค์ที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ครูผู้สอน เพื่อให้ครูสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่เป็นจุดสำคัญที่ช่วยให้ผลลัพธ์ของงานวิจัยสามารถขยายผลได้อย่างกว้างขวาง และส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเด็กกลุ่มเปราะบางในวงกว้าง ยิ่งไปกว่านั้น การผลักดันให้เกิดนโยบายที่ส่งเสริมสิทธิในการเข้าถึงเทคโนโลยีสำหรับเด็กกลุ่มเปราะบาง เช่น การบรรจุในแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติหรือพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก เป็นการสร้างผลกระทบเชิงนโยบายที่ยั่งยืน และช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยอื่นๆ ที่อาจมีผลต่อการพัฒนาทักษะของเด็ก เช่น สภาพแวดล้อมครอบครัว การสนับสนุนจากชุมชน และปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์และครอบคลุมมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การติดตามผลการพัฒนาทักษะของเด็กในระยะยาวก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยประเมินประสิทธิภาพและความยั่งยืนของงานวิจัยได้อย่างแท้จริง
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมด้านการศึกษา เทคโนโลยี และสื่อสารมวลชน เนื่องจากงานวิจัยนี้ได้พัฒนารูปแบบการเรียนรู้ที่เน้นการใช้ศิลปะและสื่อดิจิทัล ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาหลักสูตร สื่อการสอน และเทคโนโลยีการศึกษาได้ นอกจากนี้ ผลลัพธ์ของงานวิจัยยังสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมเหล่านี้ เพื่อให้มีความเข้าใจและสามารถนำเทคโนโลยีและสื่อดิจิทัลมาใช้ในการพัฒนาเด็กและเยาวชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อุตสาหกรรมเกมและแอนิเมชั่นก็สามารถนำความรู้เรื่องการสร้างสรรค์สื่อดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ได้เช่นกัน
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพครู นักจิตวิทยา นักพัฒนาหลักสูตร นักออกแบบสื่อการศึกษา นักเทคโนโลยีการศึกษา และนักสังคมสงเคราะห์ เพราะผู้ประกอบอาชีพเหล่านี้จะได้รับประโยชน์จากองค์ความรู้และวิธีการที่งานวิจัยนี้ได้พัฒนาขึ้น สามารถนำไปใช้ในการทำงานเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบางได้ นอกจากนี้ ยังเหมาะกับนักวิจัยที่สนใจศึกษาเรื่องการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 และการใช้ศิลปะและสื่อดิจิทัลเพื่อการพัฒนาเด็ก
| รหัสโครงการ : | 110989 |
| หัวหน้าโครงการ : | นางสาวฐิติมดี อาพัทธนานนท์ |
| ปีงบประมาณ : | 2564 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยมหิดล |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | โครงการวิจัยมีวัตถุประสงค์ 4 ประการคือ 1) เพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 และทักษะการคิดวิเคราะห์ให้กับเด็กกลุ่มเปราะบางในประเทศไทยผ่านกระบวนการวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม และการใช้ศิลปะและสื่อดิจิทัล 2) เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้จากโครงการวิจัยไปยังครูผู้สอนเพื่อให้สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้ไปจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 สำหรับผู้เรียนต่อไป 3) เพื่อผลักดันให้เรื่องของสิทธิในการเข้าถึงเทคโนโลยีสำหรับเด็กกลุ่มเปราะบางเกิดเป็นนโยบายที่เป็นรูปธรรม เช่น บรรจุอยู่ในแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ หรือ พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก 4) เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือและการถ่ายทอดองค์ความรู้ระหว่างสถาบัน คือ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล และ CASS School of Education and Communities, University of East London และขยายความร่วมมือนี้ไปยังเครือข่ายมหาวิทยาลัย และ องค์กรภาคประชาสังคม |
นางสาวฐิติมดี อาพัทธนานนท์. (2564). การพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 และ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์สำหรับเด็กกลุ่มเปราะบางในประเทศไทยผ่านงานศิลปะและสื่อดิจิทัล. มหาวิทยาลัยมหิดล. กรุงเทพมหานคร, สมุทรสาคร, อังกฤษ.
นางสาวฐิติมดี อาพัทธนานนท์. 2564. "การพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 และ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์สำหรับเด็กกลุ่มเปราะบางในประเทศไทยผ่านงานศิลปะและสื่อดิจิทัล". มหาวิทยาลัยมหิดล. กรุงเทพมหานคร, สมุทรสาคร, อังกฤษ.
นางสาวฐิติมดี อาพัทธนานนท์. "การพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 และ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์สำหรับเด็กกลุ่มเปราะบางในประเทศไทยผ่านงานศิลปะและสื่อดิจิทัล". มหาวิทยาลัยมหิดล, 2564. กรุงเทพมหานคร, สมุทรสาคร, อังกฤษ.
นางสาวฐิติมดี อาพัทธนานนท์. การพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 และ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์สำหรับเด็กกลุ่มเปราะบางในประเทศไทยผ่านงานศิลปะและสื่อดิจิทัล. มหาวิทยาลัยมหิดล; 2564. กรุงเทพมหานคร, สมุทรสาคร, อังกฤษ.